คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยเห็นน้องๆ นั่งกุมขมับอยู่หน้าหนังสือเรียน หรือบางทีก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ตอนทำแบบฝึกหัด ใช่ไหมครับ? ปัญหาที่พบบ่อยมากๆ เลยก็คือ "โจทย์ยาว อ่านแล้วงง ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง" โดยเฉพาะโจทย์วิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ที่ยาวเป็นหน้ากระดาษ มีข้อมูลเยอะแยะไปหมด
น้องๆ เองก็อาจจะเคยรู้สึกว่าอ่านโจทย์ไปครึ่งหนึ่งก็ลืมครึ่งแรกแล้ว หรือพออ่านจบก็ยังไม่รู้เลยว่าโจทย์ถามอะไรกันแน่ จนเสียเวลาไปกับการอ่านวนไปวนมาซ้ำๆ หลายรอบ ทำให้เกิดความท้อแท้ และสุดท้ายก็ทำข้อสอบไม่ทันเวลา
พี่ๆ TidMor1 เข้าใจดีเลยครับว่าความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นยังไง เพราะเราทุกคนก็เคยผ่านช่วงเวลาแห่งความสับสนนี้มาแล้วทั้งนั้น แต่พี่ขอบอกเลยว่า ปัญหานี้มีทางแก้ครับ! และเทคนิคที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ก็เป็นวิธีที่ง่ายแสนง่าย แต่ทรงพลังเกินคาด นั่นคือ "เทคนิคใช้การขีดเส้นใต้ช่วยจับใจความโจทย์ยาวๆ" นั่นเองครับ!
เทคนิคนี้ไม่ได้มีไว้แค่ทำข้อสอบเท่านั้นนะครับ แต่ยังเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้น้องๆ สามารถจัดการกับข้อมูลจำนวนมากได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะในห้องเรียน หรือในชีวิตประจำวันก็ตาม ลองมาดูกันนะครับว่าเทคนิคนี้จะช่วยให้น้องๆ ก้าวข้ามความกังวลและไปสู่ความเข้าใจโจทย์อย่างแตกฉานได้อย่างไรบ้าง
ทำไมการขีดเส้นใต้ถึงสำคัญนักกับการจับใจความโจทย์?
น้องๆ เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเวลาเราอ่านนิทานหรือเรื่องสั้นสนุกๆ ถึงจำเรื่องราวได้หมด แต่พอเจอโจทย์คณิตศาสตร์ยาวๆ กลับรู้สึกเหมือนสมองมันตื้อๆ ไปหมดเลย? คำตอบง่ายๆ เลยก็คือ โจทย์วิชาการส่วนใหญ่มักจะเต็มไปด้วยข้อมูล ทั้งที่เป็นประโยชน์และข้อมูลที่เอามาหลอกเรา การอ่านแค่ผ่านๆ อาจทำให้เราหลงทางได้ง่ายๆ ครับ
การ ขีดเส้นใต้ จับใจความ จึงไม่ใช่แค่การเอาดินสอไปลากบนตัวหนังสือเท่านั้นนะครับ แต่มันคือการที่เราได้มีปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลเหล่านั้น ได้คิดตาม ได้แยกแยะ และได้บอกกับสมองของเราว่า "นี่แหละ! คือส่วนสำคัญที่ต้องจำและนำไปใช้"
ประโยชน์ของการขีดเส้นใต้ช่วยจับใจความ:
- ช่วยให้โฟกัสได้ถูกจุด: ในโจทย์ยาวๆ มักจะมีข้อมูลที่ซับซ้อนและบางครั้งก็มีข้อมูลที่ไม่จำเป็นปะปนอยู่ การขีดเส้นใต้จะช่วยให้น้องๆ สามารถกรองและตัดสิ่งรบกวนออกไปได้ ทำให้สายตาและสมองของเรามุ่งความสนใจไปที่แก่นของปัญหาจริงๆ ครับ
- แยกแยะข้อมูลสำคัญได้ง่ายขึ้น: ตัวเลข เงื่อนไข ชื่อเฉพาะ คำถาม หรือคำกริยาสำคัญที่บอกถึงการกระทำ สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของโจทย์ การขีดเส้นใต้จะช่วยเน้นย้ำให้ข้อมูลเหล่านี้โดดเด่นขึ้นมา ทำให้เราไม่ต้องไปไล่หามันซ้ำๆ อีก
- ลดภาระการจำของสมอง: แทนที่จะต้องจำข้อมูลทั้งหมดในโจทย์ยาวๆ สมองของเราจะได้รับแค่ "ไฮไลต์" สำคัญๆ ที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ ทำให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นและมีพื้นที่ว่างไปคิดวิธีแก้ปัญหามากขึ้น
- เหมือนมีแผนที่นำทาง: ลองจินตนาการว่าโจทย์คือป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกๆ การขีดเส้นใต้ก็เหมือนกับการทำเครื่องหมายเส้นทางให้เราเดินได้สะดวกขึ้น ไม่หลงทาง และไปถึงจุดหมายปลายทางนั่นคือ "คำตอบ" ได้อย่างถูกต้อง
- สร้างความมั่นใจ: เมื่อน้องๆ สามารถแยกแยะและเข้าใจข้อมูลในโจทย์ได้ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็จะเกิดความมั่นใจในการลงมือทำมากขึ้น ลดความวิตกกังวล และมีกำลังใจที่จะทำโจทย์ข้อต่อไปครับ
เห็นไหมครับว่าประโยชน์ของการ ขีดเส้นใต้ จับใจความ มันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เลยนะครับ มันคือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมการทำข้อสอบของน้องๆ ไปเลย
เตรียมตัวก่อนลงสนาม: อุปกรณ์และทัศนคติที่ใช่
ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือ ขีดเส้นใต้ จับใจความ กันจริงๆ พี่อยากให้น้องๆ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนครับ เหมือนนักกีฬาที่ต้องวอร์มอัพและเตรียมอุปกรณ์ให้ครบครัน การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
อุปกรณ์คู่ใจ:
- ดินสอหรือปากกา: แน่นอนว่านี่คือหัวใจหลัก! น้องๆ สามารถใช้ดินสอธรรมดาๆ ที่ถนัด หรือถ้าคุณครูอนุญาตและน้องๆ อยากลองเล่นสีสันเพื่อให้การ ขีดเส้นใต้ มีความหมายมากขึ้น เช่น ใช้สีแดงขีดคำถาม สีน้ำเงินขีดตัวเลข สีเขียวขีดเงื่อนไข ก็จะช่วยให้แยกแยะข้อมูลได้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ (แต่ถ้าโรงเรียนไม่อนุญาต ก็ใช้ดินสอแท่งเดียวก็พอแล้วนะ!)
- สติและสมาธิ: สิ่งนี้สำคัญไม่แพ้อุปกรณ์ครับ! ก่อนจะเริ่มอ่านโจทย์ พยายามทำจิตใจให้สงบ มีสมาธิ อาจจะหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ สัก 2-3 ครั้ง เพื่อให้สมองพร้อมรับข้อมูลใหม่ๆ
ทัศนคติที่ใช่:
- ความอดทนและไม่ท้อ: การ ขีดเส้นใต้ จับใจความ เป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนครับ แรกๆ อาจจะยังไม่คล่อง อาจจะขีดเยอะไปบ้าง ขีดน้อยไปบ้าง หรือขีดผิดจุดบ้างก็ไม่เป็นไรเลยครับ ขอแค่ "ไม่ท้อ" และ "ฝึกฝนต่อไป" พยายามมองว่าเป็นเรื่องสนุกและท้าทาย
- ไม่ใช่แค่ขีด แต่ต้องคิดตาม: อย่าลืมว่าเป้าหมายของการขีดเส้นใต้คือการ "เข้าใจ" ไม่ใช่แค่การ "ลากเส้น" นะครับ ทุกครั้งที่มือขีดไป ตาอ่านไป สมองก็ต้องคิดตามไปด้วยว่า "คำนี้สำคัญยังไงนะ?" "ข้อมูลนี้จะเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?"
- เปิดใจเรียนรู้: บางครั้งน้องๆ อาจจะเคยใช้วิธีอื่น หรือรู้สึกว่าวิธีนี้ไม่คุ้นเคย ลองเปิดใจให้กว้างและให้โอกาสตัวเองได้ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดูนะครับ
เมื่ออุปกรณ์พร้อม ใจพร้อม เราก็พร้อมที่จะพุ่งชนโจทย์ยาวๆ แล้วครับ!
4 ขั้นตอนสุดปัง! เทคนิคขีดเส้นใต้ จับใจความโจทย์แบบมือโปร
มาถึงหัวใจสำคัญของบทความนี้กันแล้วครับ! พี่จะพาน้องๆ ไปดูขั้นตอนการ ขีดเส้นใต้ จับใจความ แบบละเอียดทีละสเต็ป รับรองว่าทำตามได้ไม่ยาก และเห็นผลแน่นอนครับ
ขั้นตอนที่ 1: อ่านโจทย์คร่าวๆ 1 รอบ
สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเจอโจทย์ยาวๆ คือ อ่านโจทย์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ 1 รอบแบบคร่าวๆ ก่อนครับ ย้ำว่า "คร่าวๆ" นะครับ ยังไม่ต้องรีบขีดอะไร ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเข้าใจทุกคำเป๊ะๆ
- เพื่ออะไร: การอ่านรอบแรกนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้สมองเราได้ทำความคุ้นเคยกับเรื่องราวโดยรวม ได้รู้ว่าโจทย์นี้เกี่ยวกับอะไร เช่น กำลังพูดถึงการซื้อขายผลไม้ การเดินทางของรถยนต์ หรือการทดลองวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืช เป็นต้น
- ยังไม่ต้องขีด: ในขั้นตอนนี้ เรายังไม่ต้องหยิบดินสอขึ้นมาขีดนะครับ แค่ให้ตาของเรากวาดสายตาไปบนตัวอักษร ให้สมองพอจะจับแนวทางได้ว่า "อ๋อ...โจทย์นี้มันมาแนวนี้เอง"
- กระตุ้นความอยากรู้: การอ่านคร่าวๆ จะช่วยกระตุ้นความอยากรู้ในตัวน้องๆ ให้เกิดคำถามในใจว่า "แล้วเขาจะถามอะไรล่ะเนี่ย?" หรือ "ข้อมูลพวกนี้จะเอาไปใช้ยังไง?" ซึ่งจะช่วยให้เรามีแรงจูงใจที่จะอ่านต่ออย่างละเอียดในขั้นตอนถัดไปครับ
ขั้นตอนที่ 2: อ่านซ้ำอย่างละเอียด พร้อมขีดเส้นใต้ข้อมูลสำคัญ
มาถึงขั้นตอนสำคัญที่สุดแล้วครับ! หลังจากอ่านคร่าวๆ ไปแล้ว 1 รอบ ตอนนี้ให้เรา กลับมาอ่านโจทย์อีกครั้งอย่างละเอียดทีละประโยค ทีละวรรค พร้อมกับใช้ดินสอหรือปากกาขีดเส้นใต้ข้อมูลที่เราคิดว่า "สำคัญ" และจำเป็นต้องใช้ในการแก้โจทย์
แล้วอะไรคือ "ข้อมูลสำคัญ" ล่ะครับ? นี่คือสิ่งที่น้องๆ ควรขีดเส้นใต้และให้ความสำคัญเป็นพิเศษ:
- ตัวเลข ปริมาณ หน่วย: นี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสิ่งของ, ราคา, ระยะทาง, เวลา, น้ำหนัก, ความเร็ว, หรือหน่วยต่างๆ (เช่น 5 กิโลกรัม, 100 บาท, 3 เมตร/วินาที, 25 องศาเซลเซียส)
- เงื่อนไข หรือ ข้อจำกัด: คำที่บอกว่า "ถ้า...แล้ว...", "ยกเว้น...", "แต่...", "โดยมีข้อแม้ว่า...", "มากกว่า/น้อยกว่า", "เท่ากับ" สิ่งเหล่านี้สำคัญมาก เพราะมันจะกำหนดทิศทางการแก้โจทย์ของเรา
- คำกริยาสำคัญ: คำที่บอกถึงการกระทำ เช่น "ซื้อ", "ขาย", "เดินทาง", "ผลิต", "ลดลง", "เพิ่มขึ้น", "แบ่งออก", "รวมกัน" เป็นต้น
- คำถาม: อย่าลืมขีดเส้นใต้ส่วนที่โจทย์ "ถาม" เสมอครับ เพราะนี่คือเป้าหมายที่เราต้องหาคำตอบ เช่น "จงหา...", "เป็นจำนวนเท่าใด", "กี่คน", "อะไรคือ..." การขีดคำถามจะช่วยให้เราไม่หลงประเด็น
- คำเชื่อมที่บอกความสัมพันธ์: คำว่า "ดังนั้น", "เนื่องจาก", "เพราะว่า", "แต่", "หรือ", "และ" คำเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจความสัมพันธ์ของข้อมูลแต่ละส่วนได้ดีขึ้น
เทคนิคเพิ่มเติม: พยายาม ขีดเส้นใต้เฉพาะคำหรือวลีสำคัญๆ นะครับ ไม่จำเป็นต้องขีดทั้งประโยคยาวๆ เพราะถ้าขีดเยอะไปทั้งประโยคก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมคือ "อ่านแล้วยังงงอยู่ดี" หรือถ้าใครอยากลองใช้ปากกาสีต่างๆ มาช่วยแยกประเภทข้อมูล ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจครับ เช่น สีแดงสำหรับคำถาม สีน้ำเงินสำหรับตัวเลข และสีเขียวสำหรับเงื่อนไข (แต่ต้องมั่นใจว่าจำได้นะว่าแต่ละสีหมายถึงอะไร)
ขั้นตอนที่ 3: สรุปใจความสำคัญด้วยภาษาของตัวเอง
หลังจากที่น้องๆ ได้ ขีดเส้นใต้ จับใจความ ข้อมูลสำคัญต่างๆ ในโจทย์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการ สรุปใจความสำคัญเหล่านั้นด้วยภาษาของน้องๆ เอง อาจจะพูดออกมาดังๆ หรือจะลองเขียนลงในกระดาษทดสั้นๆ ก็ได้ครับ
ลองนึกภาพว่าน้องๆ กำลังจะเล่าเรื่องโจทย์ข้อนี้ให้เพื่อนฟัง น้องๆ จะเล่าว่าอะไรบ้าง? จะเลือกข้อมูลไหนมาเล่า? นี่แหละครับคือการสรุปใจความสำคัญ
- เพื่ออะไร: การสรุปด้วยภาษาตัวเองเป็นการตรวจสอบว่าน้องๆ "เข้าใจ" ข้อมูลที่ขีดเส้นใต้ไปจริงๆ หรือเปล่า ไม่ใช่แค่ขีดไปตามที่เห็น การที่เราสามารถอธิบายสิ่งที่เราอ่านออกมาเป็นคำพูดตัวเองได้ แสดงว่าเราเข้าใจมันอย่างแท้จริงแล้วครับ
- ฝึกทักษะการตีความ: ขั้นตอนนี้ยังเป็นการฝึกให้น้องๆ ตีความและย่อยข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจง่ายสำหรับตัวเองด้วย เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเรียนรู้ทุกวิชาเลยนะ
- ตรวจสอบความเข้าใจ: ถ้าสรุปแล้วยังรู้สึกงงๆ หรือไม่แน่ใจ แสดงว่าอาจจะต้องกลับไปอ่านโจทย์ซ้ำอีกครั้งในจุดนั้นๆ และ ขีดเส้นใต้ จับใจความ ให้ละเอียดมากขึ้นอีกนิดครับ
ตัวอย่างเช่น ถ้าโจทย์บอกว่า "แม่ซื้อแอปเปิ้ล 5 ผล ราคาผลละ 12 บาท และซื้อส้ม 3 ผล ราคาผลละ 10 บาท อยากทราบว่าแม่จ่ายเงินไปทั้งหมดกี่บาท" น้องๆ อาจจะสรุปในใจว่า "โจทย์ให้ราคาแอปเปิ้ลกับส้ม แล้วให้หาว่าซื้อทั้งหมดกี่บาท"
ขั้นตอนที่ 4: เชื่อมโยงข้อมูลที่ขีดเส้นใต้เข้ากับสิ่งที่โจทย์ต้องการ
เมื่อเรามีข้อมูลสำคัญที่ ขีดเส้นใต้ จับใจความ ไว้แล้ว และสรุปใจความสำคัญได้แล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการ นำข้อมูลเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกับสิ่งที่โจทย์ถาม ครับ
ขั้นตอนนี้คือการวางแผนการแก้โจทย์นั่นเองครับ
- โจทย์ถามอะไร?: เริ่มต้นจากการย้ำเตือนตัวเองอีกครั้งว่าโจทย์ถามอะไรกันแน่ (ดูจากส่วนที่ขีดคำถามไว้)
- ข้อมูลที่ขีดมีอะไรบ้าง?: กวาดสายตาไปดูเฉพาะส่วนที่เรา ขีดเส้นใต้ ไว้ทั้งหมด
- ข้อมูลไหนใช้ตอบคำถาม? ข้อมูลไหนหลอก?: วิเคราะห์ว่าข้อมูลที่เราขีดไว้ อันไหนบ้างที่จะต้องนำมาใช้ในการคำนวณ หรือในการตอบคำถาม และอันไหนเป็นข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องที่โจทย์ใส่มาเพื่อทำให้เราสับสน
- สร้างแผนการแก้โจทย์: เมื่อรู้แล้วว่าโจทย์ถามอะไร และมีข้อมูลอะไรบ้างที่จะใช้ ก็เริ่มวางแผนเป็นลำดับขั้นตอนว่าจะต้องทำอะไรก่อนหลัง เช่น "ขั้นแรกต้องหาเงินค่าแอปเปิ้ลก่อน แล้วหาเงินค่าส้ม จากนั้นค่อยเอาสองอย่างมารวมกัน"
การเชื่อมโยงข้อมูลนี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของวิธีแก้ปัญหาได้ชัดเจนขึ้น เปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นที่เรา ขีดเส้นใต้ จับใจความ ไว้ ให้กลายเป็นภาพที่สมบูรณ์นั่นเองครับ
ข้อควรระวังและการฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ
แม้ว่าเทคนิค ขีดเส้นใต้ จับใจความ จะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีข้อควรระวังเล็กน้อย และต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจึงจะชำนาญนะครับ
สิ่งที่ควรระวัง:
- ระวังการขีดพร่ำเพรื่อ: อย่างที่พี่ได้ย้ำไปแล้วนะครับว่า "ขีดเยอะไปก็เหมือนไม่ได้ขีด" ถ้าขีดทุกอย่างหรือขีดทั้งประโยคไปหมด มันก็จะไม่ช่วยให้เราแยกแยะข้อมูลสำคัญได้เลย เพราะทุกอย่างจะดูสำคัญไปหมด พยายามเลือกขีดเฉพาะคำหรือวลีที่เป็น Keyword จริงๆ ครับ
- อย่าขีดจนติดเป็นนิสัยแล้วไม่คิด: บางคนอาจจะติดนิสัยขีดเส้นใต้ตามคำแนะนำ แต่ไม่ได้คิดตามว่าทำไมถึงต้องขีดคำนี้ หรือคำนี้สำคัญอย่างไร อันนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ ต้องขีดพร้อมกับใช้สมองคิดตามไปด้วยเสมอ
- เริ่มต้นจากโจทย์ที่สั้นและง่ายก่อน: อย่าเพิ่งรีบไปเจอโจทย์ยากๆ ยาวๆ ถ้ายังไม่คุ้นชินกับเทคนิคนี้ ลองเริ่มฝึกจากโจทย์ที่ไม่ซับซ้อนมากนัก เพื่อให้เราจับหลักการได้ก่อน พอคล่องแล้วค่อยขยับไปทำโจทย์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ครับ
การฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ:
- ฝึกฝนสม่ำเสมอ: ทักษะนี้ก็เหมือนกับการเล่นกีฬาครับ ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเก่งมากขึ้นเท่านั้น น้องๆ ควรฝึกใช้เทคนิค ขีดเส้นใต้ จับใจความ นี้กับโจทย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ในหนังสือเรียน แบบฝึกหัด หรือข้อสอบเก่าๆ ที่คุณครูให้มา
- อ่านหนังสือเรียนก็ใช้ได้: ไม่ใช่แค่โจทย์ปัญหาเท่านั้นนะ เวลาอ่านหนังสือเรียนที่เป็นเนื้อหาทฤษฎี น้องๆ ก็สามารถใช้เทคนิค ขีดเส้นใต้ จับใจความ เพื่อหาประเด็นสำคัญของแต่ละย่อหน้าได้เช่นกันครับ จะช่วยให้เราทบทวนบทเรียนได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
- หาคู่หูฝึกฝน: ลองชวนเพื่อนมาฝึกด้วยกัน หรือปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือพี่ๆ ที่เก่งๆ ครับ การได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือขอคำแนะนำจะช่วยให้เราพัฒนาได้เร็วขึ้น
- เรียนรู้จากความผิดพลาด: ถ้าทำผิดพลาดไปบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ อย่าท้อแท้ แต่ให้เรียนรู้จากมันว่า "เราขีดผิดตรงไหนไปนะ?" "ทำไมเราถึงเข้าใจผิดไปจากโจทย์?" การได้ทบทวนและแก้ไขข้อผิดพลาดคือบันไดสู่ความสำเร็จครับ
จำไว้นะครับว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" เทคนิค ขีดเส้นใต้ จับใจความ นี้เป็นเครื่องมือที่ดี แต่ตัวน้องๆ เองต่างหากที่เป็นผู้ใช้งานเครื่องมือนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และหากการวางแผนนี้ทำให้น้องๆ หรือคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าการตะลุยโจทย์วิทยาศาสตร์คือสิ่งสำคัญ ทีมงาน TidMor1 ขอแนะนำ "ข้อสอบเข้า ม.1 วิทยาศาสตร์ 3,000 ข้อ" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบที่หลากหลาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ TidMor1.com นะครับ