เทคนิคการอ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ในตารางธาตุ

เขียนโดย: ทีมงาน TidMor1 | เผยแพร่เมื่อ: 24 สิงหาคม 2568

อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ตารางธาตุ เตรียมสอบเข้า ม.1 วิทยาศาสตร์ ป.6 เคมีพื้นฐาน

คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ หลายคนอาจจะเคยรู้สึกว่าวิชาวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องของ "ตารางธาตุ" และ "สัญลักษณ์ธาตุ" เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ต้องท่องจำเยอะแยะไปหมดใช่มั้ยครับ? บางทีเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษหนึ่งตัว หรือสองตัวติดกัน แล้วก็ต้องมานั่งเดาว่ามันคือธาตุอะไรกันนะ? บางครั้งน้องๆ อาจจะสับสนว่าทำไมบางตัวอักษรก็ดูเหมือนจะเขียนง่ายๆ แต่บางตัวกลับอ่านยากซะงั้น เหมือนกับว่าวิทยาศาสตร์มีภาษาลับเป็นของตัวเองเลยใช่ไหมครับ?

ไม่ต้องกังวลไปนะครับ! พี่ๆ ทีมงาน TidMor1 เข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลย วันนี้พี่จะพาน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่มาเรียนรู้ "เทคนิคการอ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์" ที่จะทำให้น้องๆ เข้าใจง่ายขึ้น จำได้เร็วขึ้น และมองเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุกเหมือนการไขรหัสลับเลยล่ะครับ บทความนี้จะช่วยให้การเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 วิชา วิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะพาร์ทที่เกี่ยวข้องกับเคมีพื้นฐานกลายเป็นเรื่องง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องปวดหัวกับการ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ อีกต่อไป!

ทำไมต้องรู้จัก 'ธาตุ' และ 'สัญลักษณ์' ด้วย? ประตูสู่โลกวิทยาศาสตร์

ก่อนที่เราจะไปลุยกับเทคนิคต่างๆ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าทำไมเจ้าธาตุและสัญลักษณ์ธาตุถึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการเรียนวิทยาศาสตร์ น้องๆ เคยสงสัยไหมว่าทุกสิ่งรอบตัวเรา ทั้งอากาศที่เราหายใจ น้ำที่เราดื่ม หรือแม้แต่ตัวเราเอง ประกอบขึ้นจากอะไร? คำตอบก็คือ "ธาตุ" นี่แหละครับ

ประตูสู่โลกวิทยาศาสตร์: ธาตุคืออะไร?

ลองนึกภาพว่าโลกใบนี้เหมือนกับการสร้างตัวต่อเลโก้ขนาดมหึมา ที่มีบล็อกพื้นฐานเล็กๆ นับร้อยชนิดมารวมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ รอบตัวเรา เจ้าบล็อกพื้นฐานเหล่านี้ก็คือ "ธาตุ" (Element) นั่นเองครับ ธาตุคือสารบริสุทธิ์ที่ไม่สามารถแยกย่อยให้เล็กลงได้อีกด้วยวิธีทางเคมีปกติ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น "ออกซิเจน" ที่เราหายใจเข้าไป หรือ "คาร์บอน" ที่อยู่ในดินสอที่เราใช้เขียน และ "เหล็ก" ที่เป็นโครงสร้างของอาคาร เป็นต้นครับ

การเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ ประกอบขึ้นจากธาตุอะไรบ้าง จะทำให้น้องๆ เข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวได้ดีขึ้น ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับประถมปลายไปจนถึงมัธยมเลยทีเดียว

สัญลักษณ์ธาตุ...ภาษาลับของนักวิทยาศาสตร์

ทีนี้ในเมื่อมีธาตุเยอะแยะไปหมด นักวิทยาศาสตร์ก็เลยคิดค้น "สัญลักษณ์ธาตุ" ขึ้นมาครับ สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นเหมือน "ชื่อเล่นสั้นๆ" หรือ "โค้ดลับ" ที่ใช้แทนชื่อเต็มของธาตุแต่ละชนิด เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารและจดจำ น้องๆ ลองนึกภาพว่าถ้าต้องเขียนคำว่า "ออกซิเจน" เต็มๆ ทุกครั้งที่พูดถึง หรือเขียนสมการเคมีที่มีธาตุเยอะๆ มันคงจะยาวและเสียเวลามากๆ เลยใช่ไหมครับ?

ดังนั้น สัญลักษณ์ธาตุจึงเข้ามาช่วยให้การเรียน การเขียน หรือการพูดถึงธาตุต่างๆ สะดวก รวดเร็ว และเป็นสากลมากขึ้น ไม่ว่านักวิทยาศาสตร์จะอยู่มุมไหนของโลก หากเห็นสัญลักษณ์ 'O' ก็จะรู้ทันทีว่าหมายถึงออกซิเจนเหมือนกันหมด การรู้และ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ได้อย่างคล่องแคล่วจึงเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ครับ เหมือนกับการที่เราต้องรู้ตัวอักษร ก-ฮ หรือ A-Z ก่อนที่จะอ่านหนังสือออกนั่นแหละครับ

แกะรอยสัญลักษณ์: หลักการพื้นฐานในการ "อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์"

น้องๆ เคยสังเกตไหมครับว่าสัญลักษณ์ธาตุบางตัวมีแค่ตัวอักษรเดียว แต่บางตัวกลับมีสองตัว? มันมีหลักการอยู่เบื้องหลังนะครับ และเมื่อเรารู้หลักการนี้ การ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ก็จะง่ายขึ้นเยอะเลย

ตัวอักษรตัวเดียว หรือ สองตัว?

นี่คือหลักการง่ายๆ ที่น้องๆ ต้องจำให้ขึ้นใจเลยครับ:

  • ถ้าสัญลักษณ์มีตัวอักษรเดียว: ตัวอักษรนั้นจะเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เสมอ และเป็นอักษรตัวแรกของชื่อธาตุนั้นๆ ครับ เช่น
    • O = Oxygen (ออกซิเจน)
    • H = Hydrogen (ไฮโดรเจน)
    • C = Carbon (คาร์บอน)
    • N = Nitrogen (ไนโตรเจน)
    • S = Sulfur (ซัลเฟอร์)
    ดูง่ายใช่ไหมล่ะครับ? แค่เห็นตัวพิมพ์ใหญ่ตัวเดียว ก็รู้ได้เลยว่านี่คือธาตุอะไร
  • ถ้าสัญลักษณ์มีสองตัวอักษร: ตัวอักษรตัวแรกจะเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ ส่วนตัวอักษรตัวที่สองจะเป็นตัวพิมพ์เล็กเสมอครับ และมักจะเป็นอักษรสองตัวแรกของชื่อธาตุนั้นๆ หรือเป็นตัวอักษรที่มาจากชื่อภาษาละตินหรือกรีกครับ เช่น
    • He = Helium (ฮีเลียม)
    • Ne = Neon (นีออน)
    • Na = Sodium (โซเดียม) (มาจากภาษาละติน: Natrium)
    • Fe = Iron (เหล็ก) (มาจากภาษาละติน: Ferrum)
    • Cl = Chlorine (คลอรีน)
    • Mg = Magnesium (แมกนีเซียม)
    สังเกตดีๆ นะครับว่าตัวที่สองต้องเป็นตัวเล็กเสมอ นี่คือสิ่งสำคัญที่น้องๆ ต้องจำให้แม่นเลย! เพราะถ้าเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งคู่ อาจหมายถึงสารประกอบที่ต่างกันไปเลยก็ได้ครับ (เช่น CO คือคาร์บอนมอนอกไซด์, แต่ Co คือโคบอลต์ ซึ่งเป็นธาตุคนละชนิดกันเลยนะ!)

ที่มาที่ไปของสัญลักษณ์: มีเรื่องราวซ่อนอยู่!

น้องๆ อาจจะสงสัยว่าสัญลักษณ์ธาตุเหล่านี้มาจากไหน ทำไมบางตัวถึงดูไม่ตรงกับชื่อภาษาอังกฤษเลย? จริงๆ แล้วสัญลักษณ์ธาตุส่วนใหญ่มีที่มาจาก:

  • ชื่อภาษาอังกฤษ: เป็นที่มาที่พบบ่อยที่สุดและเข้าใจง่ายที่สุด เช่น O (Oxygen), H (Hydrogen), C (Carbon)
  • ชื่อภาษาละตินหรือกรีก: หลายธาตุถูกค้นพบและตั้งชื่อในยุคแรกๆ ด้วยภาษาเหล่านี้ ซึ่งเป็นภาษาทางวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้น ทำให้สัญลักษณ์บางตัวดูไม่ตรงกับชื่อภาษาอังกฤษปัจจุบัน แต่เชื่อมโยงกับชื่อดั้งเดิม เช่น
    • Na (โซเดียม) มาจาก Natrium (ละติน)
    • K (โพแทสเซียม) มาจาก Kalium (ละติน)
    • Fe (เหล็ก) มาจาก Ferrum (ละติน)
    • Au (ทอง) มาจาก Aurum (ละติน)
    • Ag (เงิน) มาจาก Argentum (ละติน)
    • Pb (ตะกั่ว) มาจาก Plumbum (ละติน)
    การรู้ที่มาเหล่านี้ไม่ได้บังคับว่าต้องจำให้ได้ทั้งหมดนะครับ แต่ก็ช่วยให้น้องๆ เข้าใจว่าทำไมสัญลักษณ์บางตัวถึงไม่ตรงกับชื่อที่คุ้นเคยในปัจจุบันนั่นเอง
  • ชื่อของนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบ: บางธาตุก็ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ เช่น Einsteinium (Es) ตั้งตามชื่อ Albert Einstein
  • ชื่อสถานที่: บางธาตุก็ตั้งชื่อตามสถานที่ที่ค้นพบ เช่น Californium (Cf) ตั้งตามชื่อรัฐแคลิฟอร์เนีย

จะเห็นได้ว่าสัญลักษณ์ธาตุไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาแบบสุ่มๆ แต่มีที่มาที่ไปที่น่าสนใจนะครับ การรู้หลักการเบื้องต้นเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น ไม่ใช่แค่การท่องจำแบบไร้จุดหมาย

เปิดตำรา "เทคนิคจำชื่อธาตุ" ฉบับ TidMor1

มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอยแล้วครับ! หลังจากที่รู้หลักการพื้นฐานแล้ว ทีนี้เราจะมาดูเทคนิคการจำชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ที่พี่ๆ TidMor1 รวบรวมมาให้ ซึ่งเน้นความเข้าใจง่ายและใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้น้องๆ สามารถ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ได้คล่องปรื๋อ เตรียมพร้อมสำหรับทุกสนามสอบ!

1. เชื่อมโยงกับสิ่งที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน

สมองของเราชอบการเชื่อมโยงข้อมูลใหม่ๆ เข้ากับสิ่งที่เราคุ้นเคยอยู่แล้วครับ การผูกสัญลักษณ์ธาตุเข้ากับของใช้ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว จะช่วยให้จำได้ง่ายและสนุกขึ้นมากเลย ลองดูตัวอย่างกันนะครับ:

  • H (ไฮโดรเจน): นึกถึง H2O = น้ำ ที่มีไฮโดรเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญ หรือ H ตัวแรกในคำว่า "Hello" (ฮัลโหล) ง่ายๆ เลยใช่ไหมครับ
  • O (ออกซิเจน): ตัวนี้ง่ายสุดๆ เพราะเราหายใจเอา Oxygen (ออกซิเจน) เข้าไปทุกวัน
  • C (คาร์บอน): นึกถึง Carbon (คาร์บอน) ที่อยู่ในดินสอถ่านที่เราใช้เขียน หรือก้อนถ่านที่เราใช้ปิ้งย่าง
  • He (ฮีเลียม): นึกถึงลูกโป่งที่ลอยได้ เพราะข้างในมีก๊าซ Helium (ฮีเลียม)
  • Fe (เหล็ก): เสียงคล้ายคำว่า "เฟ" ลองนึกถึง "เอร์รัม" (Ferrum) ที่เป็นชื่อละตินของ Ferrum (เหล็ก) ซึ่งก็คือโลหะที่แข็งแรง ใช้สร้างบ้านสร้างตึกนั่นเองครับ
  • Au (ทอง): สัญลักษณ์นี้มาจากคำว่า "Au"rum (เอา-รุม) ในภาษาละติน ลองนึกถึง "อู้ววว" ทองคำ! ที่มีค่ามหาศาล สื่อถึงความทองคำครับ
  • Ag (เงิน): มาจาก "Ar"gentum (อาร์-เจน-ตัม) ลองนึกถึง "อาบ" เงิน คือการใช้เงินไปอาบน้ำให้รู้สึกดี (อันนี้คือมุกตลกช่วยจำนะครับ) หรือ "อาร์"เจนตินา ที่มีชื่อมาจากคำว่าเงินนั่นเอง
  • Na (โซเดียม): มาจาก "Na"trium (เน-เทรียม) ในภาษาละติน นึกถึง "น้ำ" ที่เรากินโซเดียมในอาหารบ่อยๆ ก็ได้
  • K (โพแทสเซียม): มาจาก "Ka"lium (คา-เลียม) นึกถึงกล้วยที่ให้ K (โพแทสเซียม) สูง ช่วยให้พลังงานดีๆ กับร่างกาย

การสร้างภาพจำแบบนี้จะช่วยให้น้องๆ รู้สึกว่าธาตุไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละครับ

2. จำเป็นกลุ่ม/หมวดหมู่ในตารางธาตุ

ตารางธาตุไม่ได้ถูกจัดเรียงแบบมั่วๆ นะครับ แต่มีการจัดกลุ่มตามคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกัน การจำทั้งกลุ่มจะช่วยลดภาระการจำทีละตัวได้มาก ลองดูกลุ่มธาตุที่พบบ่อยๆ ในระดับ ม.1 นะครับ:

  • กลุ่มก๊าซเฉื่อย (Noble Gases) หรือ ก๊าซมีตระกูล: เป็นก๊าซที่ไม่ค่อยทำปฏิกิริยา ซึ่งมักจะลงท้ายด้วย -um หรือ -on และน้องๆ จะเห็นบ่อยๆ ในหลอดไฟนีออน สัญลักษณ์ของธาตุกลุ่มนี้คือ He (ฮีเลียม), Ne (นีออน), Ar (อาร์กอน), Kr (คริปทอน), Xe (ซีนอน), Rn (เรดอน)
  • กลุ่มโลหะอัลคาไล (Alkali Metals): เป็นธาตุโลหะที่ว่องไวมาก สัญลักษณ์คือ Li (ลิเทียม), Na (โซเดียม), K (โพแทสเซียม), Rb (รูบิเดียม), Cs (ซีเซียม), Fr (แฟรนเซียม)
  • กลุ่มแฮโลเจน (Halogens): เป็นธาตุอโลหะที่ว่องไวเช่นกัน และเป็นส่วนประกอบในเกลือ หรือสารฆ่าเชื้อ สัญลักษณ์คือ F (ฟลูออรีน), Cl (คลอรีน), Br (โบรมีน), I (ไอโอดีน), At (แอสทาทีน)

การจำแบบกลุ่มจะทำให้น้องๆ เห็นภาพรวมและเข้าใจความสัมพันธ์ของธาตุต่างๆ ได้ดีขึ้น ช่วยให้การ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ในกลุ่มที่คล้ายกันง่ายขึ้นด้วยครับ

3. ใช้คำช่วยจำ (Mnemonic Devices)

เทคนิคนี้เป็นที่นิยมมากๆ และสนุกด้วยครับ คือการสร้างประโยคหรือวลีที่ช่วยให้เราจำลำดับหรือกลุ่มของสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ลองดูตัวอย่างคำช่วยจำ (Mnemonic Devices) ที่พี่ๆ รวบรวมมาให้นะครับ:

  • กลุ่มโลหะอัลคาไล (Li, Na, K, Rb, Cs, Fr):
    • "ลิซ่า นาคาดว่า รื่น ซีเรียส ังเพลง" (Li Na K Rb Cs Fr)
  • กลุ่มโลหะอัลคาไลน์เอิร์ท (Be, Mg, Ca, Sr, Ba, Ra):
    • "บอร์ แม็กกาซีน คาดว่า บาย างาย" (Be Mg Ca Sr Ba Ra)
  • กลุ่มธาตุคาบ 2 (Li, Be, B, C, N, O, F, Ne):
    • "ลิอร์ างั่ง าบ อง นีออน" (Li Be B C N O F Ne)

น้องๆ สามารถคิดคำช่วยจำของตัวเองได้เลยนะครับ ยิ่งเป็นคำที่ตลก หรือเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับชีวิตของน้องๆ เอง จะยิ่งจำได้แม่นขึ้นไปอีกครับ เพราะสมองจะจดจำข้อมูลที่แปลกใหม่และมีความหมายกับเราได้ดีเป็นพิเศษนั่นเอง การสร้าง Mnemonic Devices ที่ดีจะทำให้การ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ กลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย

4. ฝึกฝนผ่านเกม หรือบัตรคำศัพท์ (Flashcards)

การท่องจำแบบทื่อๆ อาจจะไม่ใช่สไตล์ของน้องๆ ยุคใหม่ใช่ไหมครับ? ลองเปลี่ยนมาฝึกฝนผ่านการเล่นเกม หรือใช้บัตรคำศัพท์ดูสิครับ

  • บัตรคำศัพท์ (Flashcards): ด้านหนึ่งเขียนสัญลักษณ์ธาตุ เช่น "Fe" อีกด้านหนึ่งเขียนชื่อธาตุ "เหล็ก" และข้อมูลที่น่าสนใจเล็กน้อย น้องๆ สามารถทำเองได้ง่ายๆ หรือจะพิมพ์จากอินเทอร์เน็ตก็ได้ แล้วชวนคุณพ่อคุณแม่ หรือเพื่อนๆ มาเล่นทายกัน ผลัดกันทายไปมา สนุกและจำได้เร็วขึ้นแน่นอนครับ
  • เกมทายธาตุออนไลน์: ปัจจุบันมีเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่สร้างเกมเกี่ยวกับการทายสัญลักษณ์ธาตุหรือชื่อธาตุเยอะแยะไปหมด ลองค้นหาดูแล้วเล่นแข่งกับเพื่อนๆ หรือทำเวลาดูนะครับ ยิ่งเล่นบ่อย ยิ่งจำได้แม่น ยิ่ง อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ได้ไว!

การเรียนรู้ผ่านการเล่นเกม หรือการแข่งขันเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยกระตุ้นความสนใจและทำให้การท่องจำไม่น่าเบื่ออีกต่อไปครับ

5. "วาดรูปช่วยจำ" สัญลักษณ์ธาตุ

สำหรับน้องๆ ที่ชอบศิลปะ หรือถนัดการใช้ภาพจำ เทคนิคนี้เหมาะมากๆ ครับ ลองเอาสัญลักษณ์ธาตุมาวาดรูปเชื่อมโยงกับความหมาย หรือรูปร่างของมันดูสิครับ

  • O (ออกซิเจน): วาดรูปหน้าคนกำลังอ้าปากหายใจ แล้วทำท่ากลมๆ เหมือนตัว O
  • He (ฮีเลียม): วาดรูปหลอดไฟ แล้วมีลูกโป่งลอยขึ้นไปข้างบนจากตัว H และ e
  • Fe (เหล็ก): วาดรูปแม่เหล็กที่มีตัว F กับ e แปะอยู่

การวาดรูปจะช่วยกระตุ้นสมองซีกขวาให้น้องๆ เกิดการจดจำแบบเป็นภาพ ทำให้การจำสัญลักษณ์และ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ เป็นเรื่องที่ติดตาตรึงใจมากยิ่งขึ้นครับ

ทิปส์ดีๆ จากพี่ TidMor1: สร้างนิสัยเก่งวิทยาศาสตร์

การ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ หรือการเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ไม่ได้จบแค่การท่องจำนะครับ แต่คือการสร้างความเข้าใจและการนำไปใช้จริง พี่มีทิปส์เล็กๆ น้อยๆ มาฝากน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ เพื่อสร้างนิสัยดีๆ ในการเรียนวิทยาศาสตร์ให้สนุกและยั่งยืนครับ:

  • อ่านซ้ำอย่างสม่ำเสมอ: ไม่ต้องอ่านเยอะในครั้งเดียว แต่ให้อ่านบ่อยๆ ครับ แบ่งเวลามาทบทวนวันละ 5-10 นาทีก็ได้ จะช่วยให้สมองจดจำได้ดีกว่าการอัดแน่นในคราวเดียว
  • ลองอธิบายให้คนอื่นฟัง: ลองเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ เพื่อนๆ หรือน้องๆ ฟังว่าสัญลักษณ์นี้คืออะไร มีที่มายังไง การที่เราอธิบายได้ แปลว่าเราเข้าใจเรื่องนั้นจริงๆ ครับ
  • อย่ากลัวที่จะผิดพลาด: การเรียนรู้คือการลองผิดลองถูก ผิดก็ไม่เป็นไรครับ แก้ไขแล้วจำใหม่ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด
  • ทำให้เป็นเรื่องสนุก: ลองหาสารคดีวิทยาศาสตร์ดู หรือลองทำการทดลองง่ายๆ ที่บ้าน การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจะช่วยให้น้องๆ รักวิทยาศาสตร์มากขึ้น
  • ตั้งเป้าหมายเล็กๆ: เช่น "วันนี้จะจำสัญลักษณ์ 5 ตัวให้ได้" เมื่อทำได้ ก็ให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจ

จำไว้เสมอนะครับว่า การเรียนรู้วิทยาศาสตร์นั้น เหมือนกับการออกผจญภัยในโลกกว้าง ยิ่งเราเข้าใจภาษาของมันได้มากเท่าไหร่ การผจญภัยของเราก็จะสนุกและน่าตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น การ อ่านชื่อธาตุจากสัญลักษณ์ ได้อย่างคล่องแคล่วจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากๆ ที่จะพาน้องๆ ไปสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยที่เข้าใจโลกใบนี้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ

พี่ๆ ทีมงาน TidMor1 หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้น้องๆ สนุกกับการเรียนวิทยาศาสตร์มากขึ้นนะครับ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามครับ ขอแค่เรามีความตั้งใจและมีวิธีที่ใช่ น้องๆ ทุกคนก็สามารถเป็นคนเก่งวิทยาศาสตร์ได้อย่างแน่นอน!

และหากการวางแผนนี้ทำให้น้องๆ หรือคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าการตะลุยโจทย์วิทยาศาสตร์คือสิ่งสำคัญ ทีมงาน TidMor1 ขอแนะนำ "ข้อสอบเข้า ม.1 วิทยาศาสตร์ 3,000 ข้อ" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบที่หลากหลาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ TidMor1.com นะครับ