สอนลูกให้รู้จักวางแผนการเรียนด้วยตัวเอง

เขียนโดย: ทีมงาน TidMor1 | เผยแพร่เมื่อ: 19 สิงหาคม 2568

วางแผนการเรียน สอนลูกวางแผนเอง เตรียมสอบเข้า ม.1

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยประสบปัญหาคล้ายๆ กันใช่ไหมครับ? บางทีก็รู้สึกว่าลูกเรายังไม่ค่อยรู้จักรับผิดชอบการเรียนของตัวเองเท่าที่ควร หรือต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชเรื่องการบ้าน การอ่านหนังสืออยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะน้องๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นช่วง ป.6 เตรียมสอบเข้า ม.1 หรือช่วงปรับตัวใน ม.1 แล้วเนี่ย ยิ่งต้องใช้ทักษะการจัดการตัวเองให้ดีเลย

แต่จะดีกว่าไหมครับ ถ้าเราสามารถ สอนลูกวางแผนเอง ได้ ให้พวกเขามีทักษะในการวางแผนการเรียนรู้ด้วยตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่แค่เพื่อผลการเรียนที่ดีขึ้น แต่ยังเพื่อสร้างทักษะชีวิตที่สำคัญติดตัวไปในอนาคตด้วย

บทความนี้จากพี่ๆ TidMor1 จะพาคุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ไปสำรวจว่าทำไมการวางแผนการเรียนถึงสำคัญ และจะเริ่มต้น สอนลูกวางแผนเอง ได้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด รับรองว่าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แถมยังเป็นก้าวแรกสู่การเป็นนักเรียนที่เก่งและมีความสุขได้อีกด้วยครับ

ทำไมการวางแผนการเรียนถึงสำคัญต่อน้องๆ ป.6 - ม.1?

เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมน้องบางคนถึงดูเหมือนจัดการทุกอย่างได้ดี ทั้งเรียนดี กิจกรรมเด่น แถมยังมีเวลาพักผ่อนอีกต่างหาก? เคล็ดลับหนึ่งที่สำคัญก็คือ พวกเขามีทักษะในการ วางแผนการเรียน ที่ดีนั่นเองครับ ยิ่งน้องๆ เข้าสู่ช่วง ป.6 เพื่อเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 หรือกำลังจะขึ้น ม.1 ที่มีเนื้อหาและกิจกรรมที่ซับซ้อนขึ้น ทักษะนี้ยิ่งจำเป็นมากเลยทีเดียว

สร้างความรับผิดชอบและความเป็นเจ้าของ

เมื่อน้องๆ ได้มีส่วนร่วมในการ วางแผนการเรียนด้วยตัวเอง พวกเขาจะรู้สึกเป็นเจ้าของแผนนั้นๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่ง คุณพ่อคุณแม่จะเห็นเลยว่าน้องๆ มีความกระตือรือร้นและรับผิดชอบมากขึ้น เพราะนี่คือ "แผนของฉัน" ที่ฉันเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง

ลดความเครียดและเพิ่มความมั่นใจ

การมีแผนที่ชัดเจนจะช่วยให้น้องๆ รู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไหร่ และอย่างไร สิ่งนี้ช่วยลดความรู้สึกกังวลว่าจะทำไม่ทัน หรือไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน พอทุกอย่างเป็นระบบ น้องๆ ก็จะรู้สึกมั่นใจและพร้อมเผชิญหน้ากับการเรียนรู้ได้ดีขึ้นเยอะเลยครับ

บริหารเวลาและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ชีวิตของน้องๆ ไม่ได้มีแค่การเรียนอย่างเดียวนะครับ ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งกีฬา ดนตรี งานอดิเรก การบ้าน และเวลาพักผ่อน การ สอนลูกวางแผนเอง จะช่วยให้น้องๆ ได้เรียนรู้การจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปพร้อมกันได้อย่างราบรื่น

พัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็น

นอกจากการเรียนแล้ว การวางแผนยังเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญในการใช้ชีวิตเลยครับ ไม่ว่าจะทำอะไรในอนาคต เช่น การทำงาน การบริหารเงิน หรือแม้แต่การวางแผนท่องเที่ยว ทักษะเหล่านี้ล้วนต่อยอดมาจากการเริ่มต้น วางแผนการเรียน ด้วยตัวเองนี่แหละครับ

ขั้นตอนง่ายๆ ในการสอนลูกให้วางแผนการเรียนด้วยตัวเอง

เอาล่ะครับ! มาดูกันว่าพี่ๆ TidMor1 มีเทคนิคอะไรบ้างที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ สอนลูกวางแผนเอง ได้อย่างเป็นธรรมชาติและสนุกสนาน

1. เริ่มจาก "เป้าหมาย" ที่ชัดเจน: อยากเป็นอะไร? อยากได้อะไร?

เหมือนเราจะออกเดินทางไกล เราต้องรู้ก่อนว่าจะไปที่ไหนใช่ไหมครับ การเรียนก็เหมือนกัน ก่อนจะเริ่ม วางแผนการเรียน ต้องให้น้องๆ ได้คิดถึงเป้าหมายก่อนว่าอยากได้อะไรจากการเรียนรู้ในแต่ละช่วง

  • เป้าหมายระยะสั้น: เช่น "สัปดาห์นี้อยากทำคะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ให้ได้ดีขึ้น" "อยากส่งการบ้านครบทุกวิชา" "อยากเข้าใจเรื่องแรงเสียดทานให้ได้" หรือ "อยากเตรียมสอบบทที่ 1 คณิตศาสตร์ให้จบภายในเดือนนี้"
  • เป้าหมายระยะยาว: เช่น "อยากสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาให้ได้" "อยากเรียนต่อคณะวิศวะ" หรือ "อยากเก่งภาษาอังกฤษให้พูดคล่อง"

สิ่งสำคัญคือให้เป้าหมายนั้นมาจากน้องๆ เอง คุณพ่อคุณแม่เป็นเพียงผู้ชี้แนะเท่านั้น การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้น้องๆ มีแรงจูงใจในการ สอนลูกวางแผนเอง และลงมือทำตามแผนนั้นๆ ครับ

2. รู้จัก "ตัวเอง": สไตล์การเรียนรู้ & จุดแข็ง/จุดอ่อน

ก่อนจะวางแผนอะไร เราต้องรู้จักทรัพยากรที่เรามีก่อนจริงไหมครับ สำหรับน้องๆ ก็คือการรู้จักสไตล์การเรียนรู้และความสามารถของตัวเอง

  • ถามตัวเองว่า "ฉันเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อไหร่?": น้องๆ บางคนชอบเรียนตอนเช้าตรู่ บางคนตอนเย็น บางคนตอนกลางคืน ให้พวกเขาลองสังเกตตัวเองดูว่าช่วงเวลาไหนที่สมองปลอดโปร่งและมีสมาธิมากที่สุด เพื่อจัดสรรเวลาเรียนให้เหมาะสม
  • "วิชาไหนที่ฉันถนัด? วิชาไหนที่ต้องพยายามเพิ่ม?": ให้กำลังใจน้องๆ ให้วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง ซึ่งสำคัญมากในการ สอนลูกวางแผนเอง เพื่อจัดลำดับความสำคัญในการทบทวนเนื้อหา หากวิชาไหนไม่ถนัดก็อาจจะต้องให้เวลากับมันมากขึ้น
  • สไตล์การเรียนรู้: น้องๆ ชอบเรียนแบบอ่านตำรา ฟังครูสอน ดูวิดีโอ ทำแบบฝึกหัด หรือสอนเพื่อน? การรู้สไตล์ตัวเองจะช่วยให้น้องๆ เลือกวิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดได้

3. สร้าง "แผนที่" สู่ความสำเร็จ: วางแผนใหญ่สู่แผนเล็ก

เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็ได้เวลาสร้าง "แผนที่" กันแล้วครับ การ วางแผนการเรียน ที่ดีควรเริ่มจากภาพรวมใหญ่ แล้วค่อยๆ ซอยย่อยเป็นส่วนเล็กๆ ที่จัดการได้ง่าย

  • แผนรายปี/เทอม: ดูภาพรวมหลักสูตร วิชาที่ต้องเรียน โครงงานสำคัญ หรือช่วงสอบใหญ่ๆ (เช่น ช่วงเตรียมสอบเข้า ม.1)
  • แผนรายเดือน/สัปดาห์: แตกแผนใหญ่ให้เป็นแผนย่อยๆ เช่น เดือนนี้จะอ่านวิชาอะไร สัปดาห์นี้จะทำแบบฝึกหัดเรื่องไหนบ้าง
  • แผนรายวัน: นี่คือหัวใจสำคัญของการ จัดตารางเรียน ที่น้องๆ จะต้องลงมือทำจริงๆ กำหนดให้ชัดเจนว่าในแต่ละวันจะทำอะไรบ้าง

ตัวอย่างการวางแผนสำหรับน้องที่กำลัง เตรียมสอบเข้า ม.1:

สมมติว่าเป้าหมายคือน้องอยากสอบเข้า ม.1 สายวิทย์-คณิต

  • เป้าหมายปลายทาง (ปลายปีการศึกษา): สอบเข้า ม.1 โรงเรียน X ได้
  • แผนรายเทอม/รายปี:
    • เทอม 1: ทบทวนเนื้อหา ป.4-ป.5 วิทย์-คณิต ให้แม่นยำ ทำแบบฝึกหัดเก่าๆ
    • เทอม 2: เจาะลึกเนื้อหา ป.6 วิทย์-คณิต และเริ่มตะลุยโจทย์สนามสอบ
    • ปิดเทอมใหญ่: ฝึกทำข้อสอบเก่าหลายๆ โรงเรียน จับเวลาเหมือนสอบจริง
  • แผนรายเดือน (ตัวอย่างเดือนนี้):
    • เดือนสิงหาคม: ทบทวนบทที่ 1-3 วิทยาศาสตร์ (เรื่องสาร, แรง) และบทที่ 1-2 คณิตศาสตร์ (เรื่องเศษส่วน, ทศนิยม)
    • ทำโจทย์เสริมบทละ 20 ข้อ
  • แผนรายสัปดาห์ (ตัวอย่างสัปดาห์นี้):
    • จันทร์: อ่านวิทยาศาสตร์ เรื่องสาร
    • อังคาร: ทำแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่องสาร
    • พุธ: อ่านคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน
    • พฤหัสบดี: ทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ เรื่องเศษส่วน
    • ศุกร์: ทบทวนสิ่งที่เรียนมาทั้งสัปดาห์
    • เสาร์-อาทิตย์: พักผ่อน หรือทำกิจกรรมเสริมที่ชอบ
  • แผนรายวัน (ตัวอย่างวันจันทร์):
    • 16.00-17.00 น.: อ่านวิทยาศาสตร์ บทที่ 1 เรื่องสาร
    • 17.00-17.30 น.: พักผ่อน/กินข้าว
    • 17.30-18.00 น.: สรุปใจความสำคัญของบทที่ 1

จะเห็นว่าการ สอนลูกวางแผนเอง ให้เป็นแบบนี้ ทำให้ทุกอย่างเป็นระบบและน้องๆ ก็มองเห็นภาพรวมและรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้นครับ

4. ลงมือ "จัดตารางเรียน" ที่ทำได้จริง

การมีแผนที่ดีแต่ไม่ลงมือทำก็ไม่มีประโยชน์จริงไหมครับ? ขั้นตอนนี้คือการเปลี่ยนแผนที่วางไว้ให้เป็นตารางเวลาที่ปฏิบัติตามได้จริง

  • ใช้สมุดแพลนเนอร์หรือแอปพลิเคชัน: ให้น้องๆ เลือกเครื่องมือที่ตัวเองถนัดและชอบ อาจจะเป็นสมุดแพลนเนอร์น่ารักๆ หรือแอปฯ ในโทรศัพท์มือถือ
  • จัดสรรเวลาให้สมดุล: ไม่ใช่แค่เวลาเรียนอย่างเดียว ต้องมีเวลาพักผ่อน เวลาทำกิจกรรมที่ชอบ และเวลานอนหลับที่เพียงพอด้วย การ จัดตารางเรียน ที่ดีต้องคำนึงถึงสุขภาพกายและใจของน้องๆ ด้วยนะครับ
  • มีความยืดหยุ่น: ตารางที่แน่นเกินไปจะทำให้เครียดและล้มเลิกได้ง่าย พยายามให้มีช่องว่างเล็กๆ น้อยๆ เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หรือเวลาน้องๆ อยากทบทวนเรื่องยากๆ เพิ่มเติม
  • สอนลูกวางแผนเอง โดยเริ่มต้นจากกิจกรรมประจำวันก่อน เช่น เวลาตื่น เวลานอน เวลาไปโรงเรียน เวลากินข้าว จากนั้นค่อยแทรกเวลาเรียนและกิจกรรมอื่นๆ เข้าไป

5. "ประเมินผล" และ "ปรับปรุง" อยู่เสมอ

การ วางแผนการเรียน ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบไปนะครับ มันคือกระบวนการที่ต้องมีการประเมินและปรับปรุงอยู่เสมอ เหมือนนักบินที่ต้องคอยเช็คแผนการบินและปรับเส้นทางตามสภาพอากาศ

  • ทบทวนสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้: ในแต่ละสัปดาห์หรือทุกๆ สองสัปดาห์ ให้คุณพ่อคุณแม่ชวนน้องๆ มานั่งคุยกัน (แบบสบายๆ) ว่าแผนที่วางไว้ทำได้ตามเป้าหมายไหม มีตรงไหนที่ยังทำไม่ได้เพราะอะไร และมีปัญหาอะไรที่พบเจอระหว่างทางบ้าง
  • หาสาเหตุของปัญหา: เช่น "ทำไมอ่านวิทย์ไม่ทันตามที่วางแผนไว้?" อาจจะเพราะเนื้อหายากเกินไป หรือใช้เวลาดูการ์ตูนเยอะกว่าที่คิด
  • ปรับแผนให้เหมาะสม: เมื่อรู้ปัญหาแล้ว ก็มาช่วยกันปรับแผน อาจจะต้องลดจำนวนหัวข้อที่เรียน หรือเพิ่มเวลาเรียนในวิชาที่ยากขึ้น หรือลดกิจกรรมบางอย่างลงชั่วคราว การปรับแผนนี้จะช่วย พัฒนาตัวเอง และทักษะการแก้ปัญหาให้น้องๆ ได้ดีเลยครับ
  • ให้กำลังใจและชื่นชม: ไม่ว่าน้องๆ จะทำได้ตามแผนหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ควรให้กำลังใจเสมอ ชื่นชมในความพยายาม และบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ ถ้าครั้งนี้ยังทำได้ไม่เต็มที่ เรามาลองปรับแผนแล้วพยายามใหม่กัน"

บทบาทของคุณพ่อคุณแม่: เป็นโค้ชไม่ใช่คนคุมสอบ

สิ่งสำคัญที่สุดในการ สอนลูกวางแผนเอง คือบทบาทของคุณพ่อคุณแม่นี่แหละครับ เราไม่ได้เป็นคนคอยจับผิด หรือคนคุมสอบ แต่เราคือ "โค้ช" ที่คอยให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และสนับสนุนอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ

  • เป็นแบบอย่างที่ดี: คุณพ่อคุณแม่เองก็สามารถแสดงให้น้องๆ เห็นว่าเราก็มีแผนการทำงาน การใช้ชีวิต หรือการทำกิจกรรมต่างๆ เช่นกัน
  • สื่อสารอย่างเปิดใจ: พูดคุยกับน้องๆ อย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับเป้าหมาย ความฝัน และความกังวลของพวกเขา รับฟังความคิดเห็นของน้องๆ และให้พื้นที่ในการตัดสินใจ
  • ให้กำลังใจและชื่นชมความพยายาม: เน้นที่กระบวนการและความพยายาม มากกว่าผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบเสมอ บอกให้น้องรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ภูมิใจในตัวพวกเขาที่พยายาม วางแผนการเรียน และลงมือทำ
  • มอบเครื่องมือและทรัพยากรที่เหมาะสม: หากน้องๆ ต้องการหนังสืออ่านเสริม คอร์สเรียนพิเศษ หรือเครื่องมือ เตรียมสอบเข้า ม.1 คุณพ่อคุณแม่ก็พร้อมที่จะสนับสนุน
  • ปล่อยให้ลูกได้ลองผิดลองถูก: บางครั้งน้องๆ อาจจะวางแผนผิดพลาด ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ ปล่อยให้พวกเขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นๆ แล้วค่อยๆ แนะนำแนวทางที่ถูกต้องให้ในครั้งต่อไป
  • ลดการจ้ำจี้จ้ำไช: แทนที่จะสั่งว่า "ไปอ่านหนังสือเดี๋ยวนี้!" ลองเปลี่ยนเป็น "วันนี้มีอะไรที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมไหม? พี่เห็นว่ามีเรื่องนี้ที่เรายังไม่ค่อยเข้าใจ ลองมาดูด้วยกันไหม?"

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้น้องๆ เกิดการ เรียนรู้ด้วยตัวเอง และ พัฒนาทักษะการวางแผน จะช่วยให้พวกเขากลายเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพในอนาคต

บทสรุป: ก้าวเล็กๆ สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

เห็นไหมครับว่าการ สอนลูกให้รู้จักวางแผนการเรียนด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ค่อยๆ ปลูกฝังทักษะนี้ให้น้องๆ ทีละนิด และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นกำลังใจที่อยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ

การ วางแผนการเรียน ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการเตรียมสอบ หรือการทำคะแนนให้ดี แต่มันคือการสร้างทักษะสำคัญที่เรียกว่า "การบริหารจัดการตัวเอง" และ "การตั้งเป้าหมาย" ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน

คุณพ่อคุณแม่คือบุคคลสำคัญที่จะช่วยจุดประกายให้น้องๆ เห็นคุณค่าของการวางแผน ให้พวกเขาได้มีโอกาสลองผิดลองถูก และเรียนรู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายในอนาคต

พี่ๆ TidMor1 ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ทุกคน ที่กำลังเดินหน้าไปกับการ วางแผนการเรียน และการพัฒนาตัวเองนะครับ ขอให้เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และความสุขครับ!

และหากการวางแผนนี้ทำให้น้องๆ หรือคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าการตะลุยโจทย์วิทยาศาสตร์คือสิ่งสำคัญ ทีมงาน TidMor1 ขอแนะนำ "ข้อสอบเข้า ม.1 วิทยาศาสตร์ 3,000 ข้อ" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบที่หลากหลาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ TidMor1.com นะครับ