น้องๆ เคยไหมที่พอต้องเตรียมสอบเข้า ม.1 แล้วรู้สึกว่ามีวิชาให้ต้องอ่านเยอะแยะไปหมด? โดยเฉพาะวันที่ต้องเจอทั้งวิชาที่เน้นการคำนวณอย่างคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี) กับวิชาที่ต้องท่องจำข้อมูลเยอะๆ อย่างสังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ หรือภาษาไทยที่ต้องจำหลักไวยากรณ์ต่างๆ สลับกันไปมา
บางทีพอตั้งใจคิดเลขแก้โจทย์ยากๆ อยู่ดีๆ พอจะเปลี่ยนไปจำวันสำคัญในประวัติศาสตร์ก็รู้สึกสมองเบลอไปหมด เหมือนต้องปรับโหมดการทำงานของสมองใหม่ทั้งหมด คุณพ่อคุณแม่เองก็คงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าลูกๆ จะรับมือไหวไหมกับการเรียนที่อัดแน่นและหลากหลายขนาดนี้
ไม่ต้องกังวลไปนะครับ! พี่ๆ ทีมงาน TidMor1 เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี และรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องๆ เพียงคนเดียว แต่เป็นสิ่งที่นักเรียนหลายคนเผชิญอยู่ บทความนี้ พี่ๆ จะมาแนะนำเคล็ดลับดีๆ ในการ จัดการวิชาคำนวณท่องจำ ให้เข้ากันได้อย่างลงตัวในวันเดียว น้องๆ จะได้เรียนรู้ได้เต็มที่ และเตรียมพร้อมสู่สนามสอบ ม.1 ได้อย่างมั่นใจและสนุกกับการเรียนรู้มากขึ้นครับ
เข้าใจความแตกต่างของสมองกับการเรียนวิชาคำนวณและท่องจำ
ก่อนที่เราจะไปดูวิธี จัดการวิชาคำนวณท่องจำ ให้มีประสิทธิภาพ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าสมองของเราทำงานต่างกันอย่างไรเมื่อเจอกับวิชาสองประเภทนี้ การเข้าใจธรรมชาติของสมองจะช่วยให้น้องๆ และคุณพ่อคุณแม่วางแผนการเรียนได้ดียิ่งขึ้นครับ
สมองกับการเรียนรู้แบบคำนวณ
วิชาคำนวณอย่างคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะบางส่วน) จะเน้นการคิดวิเคราะห์ ตรรกะ การแก้ปัญหา และการทำความเข้าใจหลักการต่างๆ สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการคิดวางแผนและตัดสินใจจะทำงานหนักเป็นพิเศษในส่วนนี้
- ต้องการสมาธิสูง: การคำนวณต้องใช้ความต่อเนื่องทางความคิด หากถูกรบกวนบ่อยๆ อาจทำให้หลุดโฟกัสและต้องเริ่มคิดใหม่หมด
- ใช้พลังงานสมองเยอะ: การคิดวิเคราะห์ซับซ้อนทำให้สมองเหนื่อยง่ายกว่าการท่องจำ
- ต้องเข้าใจเป็นขั้นตอน: ไม่ใช่แค่จำสูตร แต่ต้องรู้ว่าสูตรมาได้อย่างไร และนำไปใช้อย่างไร
ดังนั้น วิชาคำนวณจึงเหมาะกับการเรียนในช่วงที่สมองยังสดชื่น แจ่มใส และมีสมาธิเต็มที่ เพื่อให้สามารถจดจ่อกับการแก้ปัญหาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สมองกับการเรียนรู้แบบท่องจำ
ส่วนวิชาท่องจำ เช่น สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ ภาษาไทย (ส่วนของหลักภาษา วรรณคดี) หรือภาษาอังกฤษ (คำศัพท์) จะเน้นการจดจำข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูล และการทำซ้ำๆ เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นถูกจัดเก็บในหน่วยความจำระยะยาว สมองส่วน Hippocampus มีบทบาทสำคัญในการสร้างความทรงจำใหม่ๆ
- ต้องทำซ้ำและทบทวน: การท่องจำเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องมีการทวนซ้ำเป็นระยะๆ
- อาศัยการเชื่อมโยง: การเชื่อมโยงข้อมูลใหม่กับข้อมูลที่มีอยู่แล้ว หรือการสร้างเรื่องราวจะช่วยให้จำได้ดีขึ้น
- ใช้พลังงานสมองไม่เท่าคำนวณ: แม้จะเหนื่อย แต่เป็นความเหนื่อยที่ต่างจากวิชาคำนวณ
วิชาท่องจำสามารถทำได้ในช่วงที่สมองอาจจะไม่สดชื่นเท่าช่วงเช้าตรู่ แต่ยังต้องการความมุ่งมั่นในการทำซ้ำและใช้เทคนิคช่วยจำต่างๆ ครับ
เคล็ดลับวางแผนการเรียนแบบมือโปร: จัดการวิชาคำนวณท่องจำ อย่างชาญฉลาด
เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของสมองแล้ว ก็ถึงเวลามาวางแผนการเรียนรู้ที่เหมาะกับทั้งสองวิชา เพื่อให้น้องๆ สามารถ จัดการวิชาคำนวณท่องจำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
กำหนด "เวลาทอง" ของสมอง
พี่ๆ แนะนำให้น้องๆ สังเกตตัวเองว่าช่วงเวลาไหนที่สมองของเราตื่นตัวและมีสมาธิมากที่สุด สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่สมองยังสดชื่นและพร้อมสำหรับการคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อน
- ช่วงเช้า (หรือช่วงที่สมองสดชื่นที่สุด): ควรใช้เวลานี้กับวิชาคำนวณ เช่น คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ (ส่วนคำนวณ) เพราะต้องใช้สมาธิและการคิดวิเคราะห์สูง สมองที่สดชื่นจะช่วยให้น้องๆ เข้าใจหลักการได้ง่ายขึ้นและแก้ปัญหาได้ดีขึ้น
- ช่วงบ่าย/เย็น (หรือช่วงที่สมองเริ่มล้า): เหมาะสำหรับวิชาท่องจำ เช่น สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ ภาษาไทย หรือทบทวนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เพราะแม้สมองจะเริ่มเหนื่อย แต่ยังสามารถจดจ่อกับการท่องจำและการทำซ้ำได้ดี หรืออาจจะใช้เทคนิคช่วยจำต่างๆ เพื่อให้การจำมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ลองปรับเวลาให้เข้ากับตารางเรียนและจังหวะของสมองน้องๆ ดูนะครับ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน แต่หลักการคือ "วิชาที่ใช้สมองหนัก ให้เรียนตอนสมองสดชื่น"
หลักการสลับวิชาแบบ "20-20-20" หรือตามเหมาะสม
น้องๆ ไม่จำเป็นต้องอ่านวิชาใดวิชาหนึ่งยาวนานหลายชั่วโมงติดต่อกัน การสลับวิชาจะช่วยให้สมองได้พัก และเปลี่ยนโหมดการทำงาน ซึ่งเป็นการบริหารสมองที่ดีเยี่ยม ลองใช้หลักการง่ายๆ นี้ดู:
- สลับช่วงสั้นๆ: เช่น อ่านวิชาคำนวณ 20-30 นาที แล้วพัก 5 นาที จากนั้นค่อยไปอ่านวิชาท่องจำ 20-30 นาที แล้วพัก 5 นาที ทำวนไป
- ปรับช่วงเวลาได้: สำหรับวิชาที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจนาน อาจจะปรับเป็น 45-60 นาที แล้วพัก 10-15 นาที สลับไปมา สิ่งสำคัญคือ "การสลับ" เพื่อให้สมองได้เปลี่ยนกิจกรรม
- ประโยชน์ของการสลับ: ช่วยลดความเบื่อหน่าย ทำให้สมองตื่นตัว และช่วยให้ข้อมูลไม่ตีกัน
วิธีนี้จะช่วยให้น้องๆ สามารถ จัดการวิชาคำนวณท่องจำ ได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัดมากเกินไป แถมยังช่วยให้ข้อมูลแต่ละวิชาถูกจัดเก็บในส่วนที่เหมาะสมของสมองอีกด้วย
สร้าง "ช่วงพักเบรกคุณภาพ"
การพักผ่อนเป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และไม่ควรพักด้วยการเล่นมือถือหรือดูโซเชียลมีเดีย เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้สมองเหนื่อยล้ามากขึ้น ลองพักในรูปแบบเหล่านี้ดูครับ
- ลุกเดิน ยืดเส้นยืดสาย: ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น คลายความตึงเครียด
- ดื่มน้ำเปล่า: การดื่มน้ำจะช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น
- หลับตาพักสายตา: หากใช้คอมพิวเตอร์หรืออ่านหนังสือมานาน การหลับตาพักช่วยลดอาการตาล้าได้
- มองออกไปนอกหน้าต่าง: ให้สายตาได้พักจากจุดโฟกัสใกล้ๆ
- ฟังเพลงบรรเลงเบาๆ: เพลงที่ไม่มีเนื้อร้องจะช่วยให้สมองผ่อนคลายโดยไม่รบกวนสมาธิ
การพักผ่อนอย่างถูกวิธีจะช่วยให้สมองกลับมาสดชื่นพร้อมลุยต่อได้อย่างเต็มที่
การจัดลำดับความสำคัญ
ในแต่ละวัน น้องๆ อาจจะมีวิชาที่ต้องเรียนหลายวิชา การจัดลำดับความสำคัญจึงเป็นสิ่งจำเป็น
- วิชาที่ยาก/ไม่ถนัด: ควรขึ้นก่อนในช่วงที่สมองยังสดชื่น เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอในการทำความเข้าใจและแก้ปัญหา
- วิชาที่ง่าย/ถนัด: สามารถเก็บไว้ช่วงท้ายได้ หรือใช้เป็นวิชาสลับขั้นเพื่อผ่อนคลาย
- วิชาที่มีสอบใกล้: แน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ในการทบทวน
การวางแผนแบบนี้จะช่วยให้น้องๆ ไม่ต้องเครียดกับการเรียนวิชาที่ยากในช่วงที่สมองเริ่มล้า และสามารถ จัดการวิชาคำนวณท่องจำ ได้อย่างเป็นระบบ
เทคนิคเด็ดเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้
นอกจากวิธีการวางแผนแล้ว การใช้เทคนิคการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละวิชาก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้น้องๆ จำและเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
เทคนิคสำหรับวิชาคำนวณ (คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์)
- เน้นความเข้าใจหลักการ: อย่าจำแค่สูตร แต่ให้พยายามทำความเข้าใจที่มาของสูตร แนวคิด หรือหลักการเบื้องหลังว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเข้าใจจะช่วยให้จำได้นานและประยุกต์ใช้ได้
- ทำโจทย์หลากหลาย: ยิ่งทำโจทย์เยอะ ยิ่งเจอรูปแบบที่แตกต่างกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราคุ้นเคยและสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นได้มากขึ้น ลองหาคลังข้อสอบเก่าๆ มาฝึกทำเยอะๆ นะครับ
- แก้ไขข้อผิดพลาดทันที: เมื่อทำโจทย์ผิด อย่าปล่อยผ่าน ให้กลับไปดูว่าผิดตรงไหน เข้าใจผิดเรื่องอะไร และแก้ไขความเข้าใจนั้นให้ถูกต้อง จะช่วยให้ไม่ผิดซ้ำ
- วาดภาพ/เขียนแผนผัง: สำหรับวิทยาศาสตร์ การวาดภาพประกอบ หรือเขียนแผนผัง Mind Map ของกระบวนการต่างๆ จะช่วยให้เห็นภาพรวมและเข้าใจได้ง่ายขึ้น
เทคนิคสำหรับวิชาท่องจำ (สังคม, ประวัติศาสตร์, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ)
- Mind Mapping: การสร้างแผนผังความคิด (Mind Map) จะช่วยให้สมองเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายเข้าหากันเป็นภาพรวม ทำให้ง่ายต่อการจดจำและเรียกใช้
- Flash Cards (บัตรคำ): เหมาะสำหรับการท่องจำคำศัพท์ วันที่สำคัญ ชื่อบุคคล หรือสูตรที่ไม่ซับซ้อน เขียนคำถามไว้ด้านหนึ่ง คำตอบไว้ด้านหนึ่ง แล้วทบทวนซ้ำๆ
- การเล่าเรื่อง (Storytelling): ลองนำข้อมูลที่ต้องจำมาผูกเป็นเรื่องราวสนุกๆ เช่น จำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ให้เป็นนิทาน หรือสร้างเรื่องราวจากคำศัพท์ที่ยากๆ
- อักษรย่อ / คำคล้องจอง: สร้างคำย่อ หรือวลีที่คล้องจองกัน เพื่อช่วยให้จำลำดับ หรือข้อมูลที่ต้องจำเยอะๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น "หัวไหล่ตูดเข่าเท้า" สำหรับลำดับอวัยวะ
- อัดเสียงตัวเอง: อัดเสียงตัวเองตอนที่ท่องเนื้อหาสำคัญ แล้วเปิดฟังซ้ำๆ ในช่วงที่ทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก เช่น ตอนนั่งรถ หรือก่อนนอน
- สอนผู้อื่น: การอธิบายหรือสอนเนื้อหาที่เราเรียนรู้มาให้กับคนอื่น (เช่น คุณพ่อคุณแม่ เพื่อน หรือแม้แต่ตุ๊กตา) เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทบทวนและตรวจสอบความเข้าใจ เพราะถ้าเราอธิบายได้ แปลว่าเราเข้าใจจริงๆ
สภาพแวดล้อมที่ใช่...สร้างได้ง่ายๆ
นอกจากการวางแผนและเทคนิคการเรียนรู้แล้ว สภาพแวดล้อมก็มีผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพในการเรียนของน้องๆ ลองจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ทั้งสองแบบดูนะครับ
จัดโต๊ะอ่านหนังสือ
การจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบ มีพื้นที่พอสำหรับการวางหนังสือและสมุดหลายวิชา พร้อมอุปกรณ์การเรียนที่ครบครัน จะช่วยให้การสลับวิชาเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ต้องเสียเวลาหาของบ่อยๆ
- สะอาดและเป็นระเบียบ: โต๊ะที่โล่งและเป็นระเบียบจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ไม่วอกแวก
- แสงสว่างเพียงพอ: แสงที่เหมาะสมจะช่วยถนอมสายตา และลดอาการง่วงซึม
- อุปกรณ์ครบครัน: ดินสอ ปากกา ยางลบ สมุด เครื่องคิดเลข ควรจัดเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มเรียน เพื่อไม่ให้ต้องลุกไปหยิบของบ่อยๆ
ปราศจากสิ่งรบกวน
สิ่งรบกวนเป็นอุปสรรคสำคัญในการเรียนรู้ โดยเฉพาะวิชาที่ต้องใช้สมาธิสูงอย่างวิชาคำนวณ
- ปิดแจ้งเตือนมือถือ: นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างสมาธิ อาจจะเปิดโหมดเครื่องบิน หรือเก็บไว้ในห้องอื่นไปเลย
- บอกคนในบ้าน: แจ้งให้คุณพ่อคุณแม่หรือคนในบ้านทราบว่าน้องๆ กำลังอ่านหนังสือ เพื่อลดการรบกวนในช่วงเวลาสำคัญ
- ห่างไกลเสียงดัง: หากมีเสียงรบกวนจากภายนอก อาจจะลองใช้ที่อุดหู หรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ เพื่อกลบเสียงรบกวน
บทบาทของคุณพ่อคุณแม่: พลังใจที่สำคัญที่สุด
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ บทบาทของท่านคือพลังใจและกำลังสนับสนุนที่สำคัญที่สุดสำหรับน้องๆ ในช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัวสอบเข้า ม.1
- เข้าใจและให้กำลังใจ: การสอบเข้าเป็นเรื่องที่สร้างความกดดัน น้องๆ ต้องการกำลังใจและความเข้าใจจากคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอให้เน้นที่ความพยายามและความตั้งใจของลูก
- สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย: ที่บ้านควรเป็นพื้นที่ที่น้องๆ รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย ไม่ใช่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความกดดันจากการเรียน
- สังเกตสัญญาณความเหนื่อยล้า: หากเห็นว่าลูกเริ่มเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย หรือเครียด ควรชวนพักผ่อน หรือหากิจกรรมผ่อนคลายที่ลูกชอบทำร่วมกัน
- ไม่เปรียบเทียบ: เด็กทุกคนมีความสามารถและจังหวะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบกับคนอื่นอาจทำให้น้องๆ รู้สึกไม่มั่นใจและเสียกำลังใจ
- ชื่นชมในความพยายาม: ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่การชื่นชมในความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความอดทนของน้องๆ คือสิ่งที่จะหล่อเลี้ยงให้พวกเขามีพลังในการก้าวเดินต่อไป
การที่น้องๆ รู้ว่ามีคุณพ่อคุณแม่คอยอยู่เคียงข้าง จะช่วยให้พวกเขามีแรงใจในการเรียนรู้และเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ได้อย่างเข้มแข็งครับ
บทสรุป
การ จัดการวิชาคำนวณท่องจำ ในวันเดียวกันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดนะครับ หากน้องๆ เข้าใจธรรมชาติการทำงานของสมอง และนำเทคนิคการวางแผนและการเรียนรู้ที่เหมาะสมไปปรับใช้ สิ่งสำคัญคือการมีวินัย ความสม่ำเสมอ และความพยายาม
จำไว้ว่าทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ แค่ต้องหาวิธีที่เหมาะกับตัวเอง พี่ๆ เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนเก่งอยู่แล้ว ขอแค่ไม่ย่อท้อ และสนุกกับการเรียนรู้ในทุกๆ วันนะครับ การเตรียมตัวที่ดีไม่ได้หมายถึงการเรียนหนักที่สุด แต่คือการเรียนอย่างมีคุณภาพและมีความสุขต่างหาก
ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบเข้า ม.1 และเดินทางไปถึงฝันที่ตั้งใจไว้นะครับ!
และหากการวางแผนนี้ทำให้น้องๆ หรือคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าการตะลุยโจทย์วิทยาศาสตร์คือสิ่งสำคัญ ทีมงาน TidMor1 ขอแนะนำ "ข้อสอบเข้า ม.1 วิทยาศาสตร์ 3,000 ข้อ" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบที่หลากหลาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ TidMor1.com นะครับ