การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมต่างๆ

เขียนโดย: ทีมงาน TidMor1 | เผยแพร่เมื่อ: 19 สิงหาคม 2568

ปรับตัวสิ่งมีชีวิต วิทยาศาสตร์ สอบเข้า ม.1 การปรับตัว สิ่งมีชีวิต ชีววิทยา

สวัสดีครับน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน! ช่วงนี้หลายบ้านอาจกำลังอยู่ในช่วงเตรียมตัวสำคัญสำหรับการสอบเข้า ม.1 ใช่ไหมครับ? ทั้งเรื่องการวางแผนอ่านหนังสือ การทำข้อสอบ หรือแม้แต่การปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะมาถึง พี่เข้าใจเลยว่ามันอาจจะมีความกังวลอยู่บ้าง ไม่ต่างอะไรกับการที่น้องๆ ได้ก้าวเข้าสู่สนามการแข่งขันใหม่ๆ ในชีวิตเลย

วันนี้พี่อยากชวนน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจเรื่องที่น่าสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์กัน นั่นคือเรื่องของ การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ครับ เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมสัตว์แต่ละชนิดถึงมีรูปร่างหน้าตา หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน? ทำไมปลาถึงว่ายน้ำได้ ทำไมอูฐถึงอยู่ในทะเลทรายร้อนๆ ได้สบายๆ หรือทำไมต้นกระบองเพชรถึงอยู่ได้โดยไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ?

คำตอบง่ายๆ เลยก็คือ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มี "กลยุทธ์" หรือวิธีการพิเศษที่ช่วยให้พวกมันอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันได้นั่นเองครับ ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เราเรียกว่า การปรับตัวสิ่งมีชีวิต บทความนี้จะพาน้องๆ ไปสำรวจโลกมหัศจรรย์ของการปรับตัว พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าบทเรียนจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ มีอะไรที่สามารถนำมาปรับใช้กับการเตรียมตัวสอบและการใช้ชีวิตของเราได้บ้าง รับรองว่าสนุกและได้ข้อคิดดีๆ แน่นอน!

ทำไมสิ่งมีชีวิตต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด?

ลองจินตนาการดูนะครับว่า ถ้านกเพนกวินต้องไปอยู่ในทะเลทรายร้อนๆ หรืออูฐต้องไปอยู่ในน้ำแข็งขั้วโลก สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะอยู่รอดได้ไหม? คำตอบคือ "ไม่ได้แน่นอน!" นั่นเป็นเพราะสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุณหภูมิ แหล่งน้ำ อาหาร หรือแม้แต่ภัยคุกคามจากผู้ล่า

การปรับตัวสิ่งมีชีวิต จึงเป็นเหมือนการ "ติดอาวุธ" ให้ตัวเอง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นการหาอาหาร การหลบหนีศัตรู การสืบพันธุ์ หรือการทนทานต่อสภาพอากาศที่เลวร้าย การปรับตัวนี้เกิดขึ้นมานานนับล้านๆ ปี และเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ สามารถดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเองสืบต่อไปได้จนถึงทุกวันนี้

พูดง่ายๆ ก็คือ ทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ สัตว์ หรือแม้แต่มนุษย์เรา ล้วนมีธรรมชาติของการ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในการอยู่รอดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานั่นเองครับ

การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตมีกี่แบบนะ?

น้องๆ ทราบไหมว่า การ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่มีหลายวิธีที่สิ่งมีชีวิตเลือกใช้เพื่อเอาตัวรอด วันนี้พี่จะสรุปง่ายๆ ให้เราเห็นภาพเป็น 3 แบบหลักๆ ครับ

1. การปรับตัวด้านโครงสร้างร่างกาย (Structural Adaptation)

การปรับตัวแบบนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับรูปร่างภายนอก หรือโครงสร้างภายในของร่างกายสิ่งมีชีวิต เพื่อให้เหมาะกับการดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมนั้นๆ ครับ ลองนึกภาพดูนะ

  • ปากและฟันของสัตว์กินพืช/กินเนื้อ: สัตว์กินเนื้อ เช่น เสือ สิงโต จะมีฟันที่แหลมคมและแข็งแรงสำหรับฉีกเนื้อ ส่วนสัตว์กินพืช เช่น วัว ควาย จะมีฟันกรามที่แบนและกว้างสำหรับบดเคี้ยวพืช
  • ขนของสัตว์: หมีขั้วโลกมีขนหนาแน่นและสีขาวเพื่อพรางตัวในหิมะและช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ส่วนสัตว์ในเขตร้อนอาจมีขนบางๆ หรือไม่มีขนเลยเพื่อระบายความร้อน
  • รูปร่างของพืช: กระบองเพชรเปลี่ยนใบให้เป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำและป้องกันสัตว์มากิน ลำต้นอวบอ้วนใช้เก็บน้ำ ส่วนรากแผ่กว้างช่วยดูดซับน้ำจากพื้นที่กว้างๆ
  • การปรับโครงสร้างเพื่อเคลื่อนที่: ปลาและโลมามีรูปร่างเพรียว มีครีบช่วยในการว่ายน้ำ ส่วนนกมีปีกช่วยในการบิน และมีกระดูกที่กลวงเบาเพื่อลดน้ำหนัก

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าธรรมชาติออกแบบโครงสร้างร่างกายของสิ่งมีชีวิตมาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้เหมาะสมกับบทบาทและสถานที่ที่พวกมันอาศัยอยู่ที่สุดเลยครับ

2. การปรับตัวด้านพฤติกรรม (Behavioral Adaptation)

การปรับตัวแบบนี้คือการที่สิ่งมีชีวิต "ทำอะไรบางอย่าง" เพื่อให้ตัวเองรอด น้องๆ ลองนึกถึงการกระทำต่างๆ ที่เราทำเพื่อรับมือกับสิ่งรอบตัว เช่น ถ้าอากาศร้อน เราก็เปิดพัดลม สัตว์ก็เหมือนกันครับ พวกมันมีการกระทำบางอย่างที่ทำเป็นประจำเพื่อเอาชีวิตรอด เช่น

  • การจำศีล (Hibernation): สัตว์บางชนิด เช่น หมี ค้างคาว จะหลับยาวๆ ตลอดฤดูหนาวที่อาหารหายาก เพื่อประหยัดพลังงานร่างกาย
  • การอพยพ (Migration): นกหลายชนิดจะบินย้ายถิ่นฐานไปยังพื้นที่ที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์กว่า หรือมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว และจะบินกลับมาเมื่อถึงฤดูที่เหมาะสม
  • การซ่อนตัว/พรางตัว: ตั๊กแตนกิ่งไม้จะอยู่นิ่งๆ ทำตัวเหมือนกิ่งไม้เพื่อหลบจากศัตรู หรือกิ้งก่าเปลี่ยนสีผิวให้เหมือนสภาพแวดล้อมเพื่อล่าเหยื่อและหนีผู้ล่า
  • การหาอาหารตอนกลางคืน: สัตว์ที่หากินตอนกลางคืน (Nocturnal animals) เช่น นกฮูก ค้างคาว จะออกหากินตอนที่อากาศเย็นสบายและผู้ล่าบางชนิดหลับอยู่
  • การสร้างรัง/ที่อยู่อาศัย: ตัวอย่างเช่น ปลวกหรือผึ้งที่สร้างรังขนาดใหญ่และซับซ้อนเพื่ออยู่อาศัยและปกป้องสมาชิกในรัง

การปรับตัวด้านพฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความฉลาดของสิ่งมีชีวิตที่รู้จักใช้ชีวิตให้เหมาะกับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดและส่งต่อยีนส์ของตัวเองให้กับลูกหลานครับ

3. การปรับตัวทางสรีรวิทยา (Physiological Adaptation)

การปรับตัวแบบนี้จะเกี่ยวข้องกับการทำงานภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเราอาจจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าครับ เป็นการเปลี่ยนแปลงระบบต่างๆ ในร่างกายเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เช่น

  • การสร้างสารเคมี: งูบางชนิดสร้างพิษเพื่อล่าเหยื่อและป้องกันตัว หรือพืชบางชนิดสร้างสารเคมีที่ทำให้สัตว์ไม่ชอบกิน
  • การทนทานต่ออุณหภูมิ: สัตว์ทะเลทรายบางชนิดสามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงได้มาก หรือเก็บน้ำไว้ในร่างกายได้นานเป็นพิเศษ ส่วนปลาบางชนิดที่อยู่ในน้ำเย็นจัด จะมีสารต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ในร่างกาย
  • การควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย: นกทะเลสามารถดื่มน้ำเค็มได้ เพราะมีต่อมที่ช่วยขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย ทำให้รักษาสมดุลของน้ำได้ดี
  • การผลิตเหงื่อ: มนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดผลิตเหงื่อเพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายเมื่ออากาศร้อนจัด

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอก พฤติกรรม หรือการทำงานภายในร่างกาย ทุกอย่างล้วนเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ช่วยให้ สิ่งมีชีวิตปรับตัว เพื่อความอยู่รอดในทุกสภาพแวดล้อมเลยครับ

มาดูตัวอย่าง 'นักปรับตัว' ตัวจริงกัน!

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น พี่ขอพาน้องๆ ไปดูตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่เก่งกาจในการ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต ในสภาพแวดล้อมต่างๆ กันนะครับ รับรองว่าน่าทึ่งมากๆ!

1. สัตว์และพืชในทะเลทราย: ทนแล้ง ทนร้อน

ทะเลทรายเป็นสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย อากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน หนาวจัดในตอนกลางคืน แถมยังขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง สิ่งมีชีวิตที่นี่จึงต้องมีวิธี ปรับตัวสิ่งมีชีวิต ที่ไม่ธรรมดา

  • อูฐ: ได้รับฉายาว่า "เรือแห่งทะเลทราย" อูฐมีการปรับตัวด้านโครงสร้างมากมาย เช่น
    • โหนก: สะสมไขมันเป็นแหล่งพลังงานและน้ำ เมื่อไขมันถูกใช้ ร่างกายจะสร้างน้ำออกมา
    • ขนหนา: ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ และป้องกันความเย็นในตอนกลางคืน
    • ขนตายาวและหนา: ป้องกันทรายเข้าตา
    • จมูกปิดได้: ป้องกันทรายเข้าจมูก
    • ฝ่าเท้าแบนกว้าง: ช่วยกระจายน้ำหนัก ไม่จมลงไปในทรายร้อนๆ
    • ทนต่อน้ำหนักที่ลดลงได้มาก: สามารถเสียน้ำในร่างกายได้ถึง 25% โดยไม่เป็นอันตราย (คนเราแค่ 12% ก็อันตรายแล้ว)
  • กระบองเพชร: พืชทะเลทรายยอดนิยม
    • เปลี่ยนใบเป็นหนาม: ลดการคายน้ำได้ดีเยี่ยม แถมยังช่วยป้องกันสัตว์มากิน
    • ลำต้นอวบอ้วน: ทำหน้าที่เก็บสะสมน้ำไว้จำนวนมาก
    • รากแผ่กว้าง: แผ่ไปตามผิวดินเพื่อดูดซับน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างรวดเร็ว

2. สัตว์ในขั้วโลก: ทนหนาวจัด

ตรงข้ามกับทะเลทราย ขั้วโลกเป็นพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะ อุณหภูมิติดลบตลอดปี สัตว์ที่นี่ต้อง ปรับตัวสิ่งมีชีวิต เพื่อต่อสู้กับความหนาวเหน็บ

  • หมีขั้วโลก:
    • ขนหนาสองชั้นและมีไขมันใต้ผิวหนัง: ช่วยเป็นฉนวนกันความหนาวได้ดีเยี่ยม ทำให้ร่างกายอบอุ่น
    • อุ้งเท้าใหญ่: ช่วยให้เดินบนหิมะได้ดีและเป็นใบพายในการว่ายน้ำ
    • สีขาว: พรางตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เป็นหิมะ ช่วยในการล่าเหยื่อ
  • เพนกวิน:
    • ขนแน่นและกันน้ำ: ช่วยให้ขนไม่เปียกชุ่ม และป้องกันความหนาวเย็น
    • ชั้นไขมันหนาใต้ผิวหนัง: เป็นฉนวนกันความเย็น
    • ร่างกายอ้วนกลม: ลดพื้นที่ผิวในการสูญเสียความร้อน
    • พฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่: ช่วยกันสร้างความอบอุ่น

3. สัตว์ในป่าดิบชื้น: ทนความชื้น ความหลากหลาย

ป่าดิบชื้นเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ อากาศอบอุ่นและชื้นตลอดปี มีฝนตกชุก และมีการแข่งขันกันสูง สิ่งมีชีวิตที่นี่จึงต้อง ปรับตัวสิ่งมีชีวิต ให้เข้ากับความหนาแน่นและการแข่งขัน

  • ลิง:
    • หางยาวและแข็งแรง: ใช้สำหรับจับและทรงตัวตามกิ่งไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว
    • แขนขาที่ยาว: ช่วยในการแกว่งตัวจากต้นไม้หนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง
  • กบลูกศรพิษ:
    • สีสันสดใส: เป็นสัญญาณเตือนภัยว่ามีพิษ ไม่ควรเข้าใกล้ (พฤติกรรมการปรับตัวแบบการเตือนภัย)
    • ผิวหนังผลิตสารพิษ: เป็นกลไกป้องกันตัวจากผู้ล่า
  • เถาวัลย์และพืชกาฝาก:
    • เลื้อยพันต้นไม้ใหญ่เพื่อรับแสง: เนื่องจากพื้นป่าได้รับแสงน้อย
    • พืชกาฝาก: อาศัยเกาะต้นไม้ใหญ่เพื่อยึดเกาะและได้รับสารอาหารจากต้นไม้ที่เกาะ

4. สัตว์ในน้ำ: ใช้ชีวิตในโลกใต้น้ำ

ไม่ว่าจะเป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็ม สิ่งมีชีวิตในน้ำก็ต้องมีการ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต ที่เฉพาะเจาะจงเพื่อหายใจ เคลื่อนที่ และหาอาหารในสภาพแวดล้อมที่เป็นน้ำ

  • ปลา:
    • เหงือก: อวัยวะสำคัญที่ช่วยในการแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนจากน้ำ
    • ครีบและหาง: ช่วยในการทรงตัวและว่ายน้ำ
    • เกล็ดและเมือก: ปกป้องร่างกายและลดแรงเสียดทานในน้ำ
    • ถุงลม: ช่วยในการลอยตัวและดำดิ่งในระดับความลึกต่างๆ
  • โลมา/วาฬ: แม้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ก็มีการ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต เข้ากับชีวิตในน้ำได้อย่างดีเยี่ยม
    • รูปร่างเพรียว: ลดแรงต้านทานน้ำ
    • ครีบและหาง: ใช้ในการว่ายน้ำและทรงตัว
    • พ่นน้ำทางรูจมูกด้านบน: สำหรับการหายใจเมื่อขึ้นมาผิวน้ำ
    • ใช้คลื่นเสียง (Echolocation): ในการนำทางและล่าเหยื่อใต้ทะเลลึก

แล้ว 'การปรับตัว' เกี่ยวอะไรกับชีวิตเราล่ะ?

น้องๆ อาจจะสงสัยว่าเรื่อง การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต เหล่านี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับการเรียนหรือการเตรียมสอบของเราใช่ไหมครับ? พี่อยากบอกว่า มันเกี่ยวข้องมากๆ เลยล่ะ!

การที่น้องๆ กำลังเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 ก็เหมือนกับการที่น้องๆ กำลังจะก้าวเข้าสู่ "สภาพแวดล้อมใหม่" ที่แตกต่างจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น การแข่งขันที่สูงขึ้น หรือแม้แต่เพื่อนใหม่และคุณครูใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องการ การปรับตัว จากน้องๆ ทั้งสิ้น

ลองนึกภาพการ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต ของหมีขั้วโลกที่ต้องเรียนรู้ที่จะหาอาหารในน้ำแข็ง หรืออูฐที่ต้องทนต่อความร้อนในทะเลทราย นั่นคือความสามารถในการปรับตัวเพื่อเอาชนะความท้าทาย แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตัวเรา:

  • ปรับตัวด้านโครงสร้าง (ความรู้): การเรียนรู้เนื้อหาวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ หรือวิชาอื่นๆ ที่ไม่เคยเรียนมาก่อน ก็เหมือนกับการสร้าง 'โครงสร้างความรู้' ใหม่ๆ ให้กับสมองของเรา ยิ่งเราเรียนรู้มาก เราก็ยิ่งมี 'โครงสร้าง' ที่แข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น
  • ปรับตัวด้านพฤติกรรม (วินัยการเรียน): การเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียน เช่น การจัดตารางอ่านหนังสือ การทำสรุปย่อ หรือการทำข้อสอบเก่าๆ บ่อยๆ ก็คือการปรับพฤติกรรมของเราให้เหมาะกับการเป็น 'นักเรียน ม.1' ที่ประสบความสำเร็จ
  • ปรับตัวทางสรีรวิทยา (ความอดทนและสมาธิ): การฝึกให้ตัวเองมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนได้นานขึ้น หรือการฝึกความอดทนในการแก้โจทย์ยากๆ ก็เปรียบได้กับการปรับระบบภายในร่างกายให้ทนทานต่อความท้าทายทางความคิด

ทุกครั้งที่เราเจอข้อสอบยากๆ เจอคำถามที่ไม่เคยเห็น หรือเจอสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ลองมองว่ามันคือโอกาสที่เราจะได้ "ปรับตัว" และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นไปอีกขั้นนะครับ การ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งหมด แต่คือการรู้จักใช้ศักยภาพที่เรามี เพื่อรับมือกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชาญฉลาดที่สุด

บทสรุป: ความมหัศจรรย์ของการปรับตัว และพลังที่อยู่ในตัวเรา

เป็นยังไงบ้างครับน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่? พี่หวังว่าเรื่อง การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อความอยู่รอดในสภาพแวดล้อมต่างๆ จะทำให้น้องๆ ได้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กๆ พืชธรรมดาๆ หรือแม้แต่มนุษย์เราเอง ทุกสิ่งมีชีวิตล้วนมีสัญชาตญาณและกลไกในการ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต เพื่อให้ก้าวผ่านอุปสรรคและดำรงชีวิตอยู่ได้

และที่สำคัญที่สุดคือ บทเรียนนี้ยังสอนให้เราเห็นว่า ไม่ว่าสถานการณ์รอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือเราต้องเผชิญกับความท้าทายแบบไหน เราก็มีพลังแห่งการปรับตัวอยู่ในตัวเสมอครับ

ขอให้น้องๆ สนุกกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และนำแนวคิดเรื่องการ ปรับตัวสิ่งมีชีวิต นี้ไปใช้ในการเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 และใช้ชีวิตประจำวันด้วยนะครับ ขอให้มั่นใจในศักยภาพของตัวเอง พยายามปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ขอแค่เราได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว นั่นแหละคือกำไรชีวิตที่แท้จริง

และหากการวางแผนนี้ทำให้น้องๆ หรือคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าการตะลุยโจทย์วิทยาศาสตร์คือสิ่งสำคัญ ทีมงาน TidMor1 ขอแนะนำ "ข้อสอบเข้า ม.1 วิทยาศาสตร์ 3,000 ข้อ" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบที่หลากหลาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ TidMor1.com นะครับ