การตั้งเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชาอย่างสมเหตุสมผล

เขียนโดย: ทีมงาน TidMor1 | เผยแพร่เมื่อ: 20 สิงหาคม 2568

เตรียมสอบเข้า ม.1 วางแผนการอ่านหนังสือ เทคนิคทำคะแนน

สวัสดีครับน้องๆ ป.6 และคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน! พี่ทีมงาน TidMor1 เข้าใจดีเลยว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ทั้งตื่นเต้นและก็แอบกังวลใจไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ? คำถามมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว "ต้องสอบวิชาอะไรบ้างนะ?" "ต้องได้คะแนนเท่าไหร่ถึงจะติดโรงเรียนที่ฝัน?" "แล้วเราจะวางแผนอ่านหนังสือยังไงให้ทัน?" ความรู้สึกเหมือนกำลังจะออกเดินทางไกลแต่ยังไม่มีแผนที่อยู่ในมือ

แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ! วันนี้พี่จะมาแชร์เคล็ดลับสำคัญที่จะเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นพลัง นั่นก็คือ การตั้งเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชา อย่างชาญฉลาดและสมเหตุสมผลครับ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนก็เหมือนการมี "แผนที่" ที่จะนำทางน้องๆ ไปสู่สนามสอบอย่างมั่นใจ ไม่หลงทาง และไม่กดดันตัวเองจนเกินไป พร้อมแล้วเรามาเริ่มสร้างแผนที่สู่ ม.1 กันเลย!

ทำไมการ "ตั้งเป้าหมายคะแนน" ถึงสำคัญกว่าที่คิด?

น้องๆ บางคนอาจจะคิดว่า "ก็อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ เดี๋ยวคะแนนก็ดีเอง" ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงส่วนหนึ่งครับ แต่การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้น้องๆ "ทำงานอย่างฉลาด" (Work Smart) ไม่ใช่แค่ "ทำงานอย่างหนัก" (Work Hard) เพียงอย่างเดียว ลองนึกภาพตามนะครับ การตั้งเป้าหมายเหมือนการปักหมุดจุดหมายใน GPS ถ้าเราไม่รู้ว่าจะไปไหน เราก็อาจจะขับรถวนไปเรื่อยๆ เปลืองทั้งน้ำมันและเวลา

ประโยชน์ของการตั้งเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชา มีดังนี้ครับ:

  • สร้างทิศทางที่ชัดเจน: น้องๆ จะรู้ว่าต้องโฟกัสวิชาไหนเป็นพิเศษ และต้องทำคะแนนให้ได้เท่าไหร่ในแต่ละวิชา เพื่อให้คะแนนรวมถึงเป้าหมาย
  • ลดความวิตกกังวล: เมื่อมีแผนที่อยู่ในมือ ความรู้สึก "เคว้งคว้าง" หรือ "ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน" จะลดลงไปเยอะเลยครับ
  • ช่วยจัดลำดับความสำคัญ: ทำให้รู้ว่าควรจะแบ่งเวลาให้กับวิชาที่เรายังอ่อนอยู่มากแค่ไหน และจะรักษาระดับคะแนนในวิชาที่ถนัดได้อย่างไร
  • วัดผลความก้าวหน้าได้: การทำแบบทดสอบย่อยๆ จะช่วยให้น้องๆ เห็นว่าตอนนี้เราอยู่ห่างจากเป้าหมายแค่ไหน และต้องพยายามเพิ่มอีกเท่าไหร่

เริ่มต้นที่ "รู้จักตัวเอง" ก้าวแรกสู่เป้าหมายที่เป็นจริง

ก่อนที่เราจะมองไปข้างหน้าเพื่อตั้งเป้าหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองย้อนกลับมาที่ "ตัวเรา" ในปัจจุบันก่อนครับ การรู้จักจุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองเป็นข้อมูลที่ทรงพลังที่สุดในการวางแผน อย่าเพิ่งตั้งเป้าหมายตามเพื่อนหรือตามที่ใครบอก แต่ให้เริ่มจากการสำรวจตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

สำรวจคะแนนเก่าของเรา

ลองหยิบสมุดพกหรือผลการเรียนเก่าๆ มาดูสิครับ ไม่ต้องกลัวตัวเลขนะ! ให้มองมันเป็นข้อมูลเพื่อการพัฒนาตัวเอง ดูว่าวิชาไหนที่เราทำคะแนนได้ดีมาตลอด วิชาไหนที่คะแนนแกว่งๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย และวิชาไหนที่ดูจะเป็น "เจ้าปัญหา" ของเรามาตลอด การยอมรับความจริงตรงนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดครับ

วิชาไหน "ถนัด" วิชาไหน "ต้องสู้"?

เมื่อเห็นภาพรวมคะแนนแล้ว ลองแบ่งวิชาทั้งหมดออกเป็น 3 กลุ่มง่ายๆ แบบนี้ครับ:

  • กลุ่มวิชาทำแต้ม (วิชาถนัด): วิชาที่น้องๆ เรียนแล้วเข้าใจง่าย ทำคะแนนได้ดีสม่ำเสมอ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาไทย กลุ่มนี้คือ "กองหน้า" ของเราที่จะต้องทำคะแนนให้ได้สูงๆ เพื่อดึงคะแนนรวม
  • กลุ่มวิชากลางๆ (วิชาพอได้): เป็นวิชาที่ทำคะแนนได้ดีบ้างไม่ดีบ้าง อาจจะต้องอาศัยความขยันเพิ่มขึ้นอีกนิดเพื่อทำให้คะแนนคงที่และดีขึ้น
  • กลุ่มวิชาท้าทาย (วิชาต้องสู้): วิชาที่เรียนแล้วรู้สึกว่ายากเป็นพิเศษ หรือไม่ชอบเลย ทำให้คะแนนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กลุ่มนี้เราไม่ได้ตั้งเป้าเพื่อทำคะแนนสูงสุด แต่อย่างน้อยต้องไม่ให้มาฉุดคะแนนรวมของเราลงไป

ส่องสถิติ! "คะแนนที่ปลอดภัย" ของโรงเรียนในฝัน

หลังจากรู้จักตัวเองแล้ว ขั้นต่อไปคือการรู้จัก "สนามสอบ" ของเราครับ นั่นคือการหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนเป้าหมาย เพื่อให้การตั้งเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชาของเราอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมากที่สุด

หาข้อมูลคะแนนขั้นต่ำของปีก่อนๆ

โรงเรียนส่วนใหญ่มักจะมีข้อมูลคะแนนต่ำสุดของผู้ที่สอบผ่านในปีก่อนๆ ประกาศไว้ ลองเข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซต์ของโรงเรียน หรือสอบถามจากรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่นั่นดูครับ ตัวเลขนี้จะเป็น "เกณฑ์อ้างอิง" ที่ดีมากๆ แต่อย่าลืมว่าคะแนนในแต่ละปีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ พี่แนะนำว่าให้เราตั้งเป้าหมายให้สูงกว่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้วไว้เล็กน้อย (ประมาณ 5-10%) เพื่อความปลอดภัยครับ

เข้าใจสัดส่วนคะแนนแต่ละวิชา

เรื่องนี้สำคัญมาก! บางโรงเรียนอาจจะให้น้ำหนักคะแนนไม่เท่ากัน เช่น ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ อาจจะให้สัดส่วนคะแนนวิทยาศาสตร์ 40% คณิตศาสตร์ 40% และวิชาอื่นๆ รวมกัน 20% การรู้ข้อมูลนี้จะทำให้น้องๆ วางแผนได้ถูกจุดว่าควรทุ่มเทให้กับวิชาไหนเป็นพิเศษเพื่อให้คะแนนรวมออกมาดีที่สุด

ขั้นตอนการตั้งเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชา (ฉบับ TidMor1)

เอาล่ะ! เมื่อเรามีข้อมูลครบทั้งฝั่งตัวเองและฝั่งโรงเรียนแล้ว ก็ถึงเวลามาประกอบร่างสร้างเป้าหมายคะแนนที่เป็นของเราเองแล้วครับ มาทำตามขั้นตอนง่ายๆ นี้กันเลย

Step 1: ตั้งเป้าหมาย "คะแนนรวม" ที่อยากได้

จากข้อมูลคะแนนขั้นต่ำของปีก่อนๆ ที่เราหามาได้ ให้บวกเพิ่มเข้าไปอีกหน่อยเพื่อเป็น "กันชน" เช่น ถ้าคะแนนต่ำสุดปีที่แล้วคือ 75% เราอาจจะตั้งเป้าหมายรวมของเราไว้ที่ 80% นี่คือ "ยอดเขา" ที่เราจะปีนไปให้ถึงครับ

Step 2: กระจายคะแนนสู่วิชา "ทำแต้ม" ก่อน

เริ่มจากวิชาที่เราถนัดที่สุดในกลุ่ม "วิชาทำแต้ม" เพราะเป็นวิชาที่เรามีโอกาสทำคะแนนได้สูงที่สุด ตั้งเป้าหมายในวิชาเหล่านี้ให้สูงแต่ยังคงสมเหตุสมผล เช่น ถ้าปกติเราทำคณิตศาสตร์ได้ 85% อาจจะตั้งเป้าหมายไว้ที่ 90-95% การทำแบบนี้จะช่วยสร้าง "ฐานคะแนน" ที่แข็งแกร่งให้กับเรา

Step 3: จัดสรรคะแนนให้วิชา "พอได้" และ "ท้าทาย"

หลังจากหักคะแนนของวิชาทำแต้มออกจากเป้าหมายรวมแล้ว เราจะเห็นว่ายังขาดอีกกี่คะแนนจึงจะถึงเป้า ให้เรานำคะแนนที่เหลือนี้มาจัดสรรให้กับวิชาในกลุ่ม "พอได้" และ "ท้าทาย" สำหรับวิชาพอได้ อาจจะตั้งเป้าให้สูงกว่าคะแนนปกติเล็กน้อย ส่วนวิชาที่ท้าทาย เป้าหมายอาจจะเป็นแค่การทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ หรือไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดเลย! นี่คือการวางแผนอย่างชาญฉลาดครับ

Step 4: สร้างตารางเป้าหมายที่ชัดเจน

เพื่อให้เห็นภาพรวมและไม่ลืมเป้าหมายของตัวเอง ลองทำตารางง่ายๆ ขึ้นมาดูครับ เช่น

  • เป้าหมายคะแนนรวม: 400/500 คะแนน (80%)
  • คณิตศาสตร์ (วิชาทำแต้ม): เป้าหมาย 90/100
  • วิทยาศาสตร์ (วิชาทำแต้ม): เป้าหมาย 85/100
  • ภาษาไทย (วิชาพอได้): เป้าหมาย 80/100
  • สังคมศึกษา (วิชาพอได้): เป้าหมาย 75/100
  • ภาษาอังกฤษ (วิชาท้าทาย): เป้าหมาย 70/100

เมื่อเห็นตารางนี้ น้องๆ จะรู้ทันทีว่าต้องพยายามกับวิชาไหนแค่ไหน และมันจะกลายเป็นแรงผลักดันที่ดีในการอ่านหนังสือทุกวัน

เมื่อมีเป้าหมายแล้ว... ทำยังไงต่อ?

เป้าหมายที่สวยหรูจะไม่มีความหมายเลยถ้าขาดการลงมือทำครับ หลังจากที่เราได้แผนที่ (เป้าหมายคะแนน) มาแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทาง! นั่นคือการวางแผนการอ่านหนังสือและลงมือทำโจทย์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

วิชาที่ตั้งเป้าไว้สูงก็ต้องให้เวลาในการฝึกฝนทำโจทย์มากขึ้น ส่วนวิชาที่ท้าทายก็อาจจะต้องหาตัวช่วย เช่น ขอให้คุณพ่อคุณแม่อธิบาย หรือเรียนพิเศษเพิ่มเติม ที่สำคัญคือต้องมีการ "เช็กระยะ" เป็นประจำด้วยการทำข้อสอบเก่าหรือแบบทดสอบจับเวลา เพื่อดูว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายแล้วหรือยัง และถ้าแผนยังไม่เวิร์ค ก็ไม่ต้องกลัวที่จะปรับเปลี่ยนแผนให้เข้ากับสถานการณ์นะครับ

สุดท้ายนี้ พี่อยากจะบอกน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ว่า การตั้งเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชา ไม่ใช่การสร้างแรงกดดัน แต่เป็นการสร้าง "เข็มทิศ" ให้กับการเตรียมตัวของเรา มันคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราเดินไปข้างหน้าอย่างมีทิศทางและมีประสิทธิภาพที่สุด ขอแค่เราวางแผนอย่างเข้าใจตัวเองและลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ความสำเร็จในการสอบเข้า ม.1 ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ พี่ๆ ทีมงาน TidMor1 ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ!

และหากการวางแผนนี้ทำให้น้องๆ หรือคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าการตะลุยโจทย์วิทยาศาสตร์คือสิ่งสำคัญ ทีมงาน TidMor1 ขอแนะนำ "ข้อสอบเข้า ม.1 วิทยาศาสตร์ 3,000 ข้อ" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความคุ้นเคยกับแนวข้อสอบที่หลากหลาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ TidMor1.com นะครับ